Suankularb 84

www.suan84.com

Saturday, 10 December 2005

เกม-ที่ ''ครูวารุณี'' ต้องทาย-ความลับของศิษย์ (2)



ก็ในเมื่อ นั่งดู "ครูวารุณี ศุภฯ" เล่นเกมสนุกสนาน ของ สก-84 มาขนาดนี้แล้ว จะไม่ติดตามลุ้นต่ออีกเหรอว่า ครูคนเก่งของเราจะมีความทรงจำได้ขนาดไหน? โปรยยาหอม - บอกไว้ก่อนเลยว่า - คำถาม-คำตอบ ของเกม "มีดีให้เลือก" ที่ "ครูวารุณี" ตอบนั้น ล้วนมหัศจรรย์

ชนิดที่ ใครต่อใครคาดไม่ถึงเลยว่า สวนกุหลาบ รุ่นที่ 84
จะมีดีถึงขนาดนี้ โอ้..เย..โอ้..เย.. Oh-Yeh..Oh-Yeh..Oh-Oh-Yeh



video



เกม-ที่ ''ครูวารุณี'' ต้องทาย-ความลับของศิษย์ (1)



ครูวารุณี ศุภกรโกศัย..อีกแล้ว ก็เพราะ-เรตติ้ง ของกระทู้ที่มีครู เข้ามาเอี่ยว- เกี่ยวข้องนั้น..วิ่งกระฉูด !! เว็บ suan84 จึงต้องสนองตอบ ด้วยการนำพาเรื่องราวสนุกๆ มาให้อ่านและชมภาพกัน ณ ที่นี้ และ "ครูครับ..ผมรักครู" ชุดนี้ ก็จะสร้างความมหัศจรรย์-ให้กับศิษย์นับพันของครูได้ตื่นตะลึงแน่นอน

(ที่บอกว่า-นับพัน-นั้น..ก็เพราะ ครูวารุณี..สอนที่ สวนกุหลาบ-สะพานพุทธฯมายาวนานถึง 38 ปีเต็ม)



video



ครูผลครับ..ผมรักครู


จริงๆ แล้ว เรื่องของ “ครูผล ใจสว่าง” ครูผู้ยิ่งใหญ่ของศิษย์สวนฯ-ศิษย์ราชบพิธ นับพันๆ คนนั้น มีเรื่องประทับใจให้อ่านมากมาย ทั้งในหนังสือและบนเว็บไซด์หลายแห่ง และในเมื่อ suan84 ก็เป็นรุ่นหนึ่งที่ได้มีโอกาสใกล้ชิด ได้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชาพลานามัยให้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เป็นรุ่นที่สามารถนำพาชื่อเสียง ของทีมชมพู-ฟ้า ให้กลับมาผงาดในแวดวงลูกหนังนักเรียนอีกคำรบหนึ่ง เมื่อปี 2510 กับตำแหน่งแชมป์รุ่นใหญ่ กรมพลศึกษา ต่อจากนั้นก็ไล่กวาดอีกหลายๆ แชมป์

ภายใต้การสอนสั่งและวางแผนของคุณครูผิวหมึกท่านนี้

หมายเหตุ : บทความนี้ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำในบล็อกนี้ใหม่ เนื่องจากส่วนของเว็ปไซด์เดิม, suan84.com กำลังปรับปรุง


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่มาฝากให้ suan84 ได้รำลึกถึง “ครูผล” ในคราวนี้ จะขอเล่าเรื่องจากภาพเหตุการณ์เมื่อ 14 มีนาคม 2541 ..ก่อนท่านจะล่วงลับประมาณ 2 ปีซึ่งระหว่างนั้น-ครูอยู่ในความดูแลของแพทย์ศิริราช นับแต่ผ่าตัดบายพาสหัวใจมาแล้ว

วันดังกล่าว..บรรดาศิษย์สวนฯ รุ่นต่างๆ ที่มีฟุตบอลในหัวใจ จำนวนหลายสิบคน นัดหมายกันไปบรรเลงเพลงเตะนัดสำคัญ ที่สนามฟุตบอลของโรงเรียน เป็นแมทช์เกียรติยศ เพื่อ “ครูศิริ สุงคาสิทธิ์” ที่คืนกลับถิ่นชมพู-ฟ้า..โดยไม่คาดคิด เพราะก่อนหน้านั้น-เคยประเมินไว้ว่า น่าที่จะเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ผ.อ.ราชบพิธ ซึ่งเป็นการแกะรอยตามแบบ “ครูผล” มาแต่ต้น ทว่า-ยังต้องพ้นจากราชบพิธไปเป็น ผ.อ.วัดสุทธิวราราม ซะอีก เอาละ..ก็ยังคิดว่า-คงจบเพียงแค่นั้น แต่เผอิญเกิดวิกฤตในการบริหารกระทรวงศึกษาฯ เมื่อต้นปี 2541 มีคำสั่งฟ้าผ่า-โยกย้ายตำแหน่งระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ “ครูหริ” มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ร.ร.สวนกุหลาบ สลับกับ ผ.อ.สวนฯ ไปอยู่วัดสุทธิฯ โดยไม่คาดคิดดังกล่าวข้างต้น



เกมในวันนั้น.. “ครูผล” มาเป็นประธานของงาน และให้โอวาทท่ามกลางความยินดีปรีดาของทุกคน พี่น้องสวนฯ หลากหลายรุ่น ตั้งแถวฟังคำสอน “รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย” จากครู ที่คุ้นหูกันมาเป็นสิบๆ ปี



ภาพนี้-มีคนดังที่ต้องเขียนถึงหลายท่านด้วยกัน เริ่มจากเสื้อเหลืองริมภาพด้านขวามือ-เสธ.มานพ พงศ์ไพศาล สก.84 อดีตผู้รักษาประตูมือกาวของโรงเรียน ไล่ถัดมาทางซ้าย เริ่มจาก-ครูทนสิงห์ เสือมาพะเนา ผู้ฝึกสอนทีมเด็กสวนฯ ในเวลานี้ แล้วก็ถึงคนสำคัญของงาน “ครูศิริ สุงคาสิทธิ์” ที่มารับตำแหน่งผู้อำนวยการ หมาดๆ ..ลงมาเตะด้วย ต่อมาสวมเสื้อหมายเลข 60-เป็นคนสำคัญในแวดวงเชียร์และแปรอักษรของสวนกุหลาบ ที่ถูกรุ่นน้องๆ กล่าวถึงอยู่บ่อยๆ ท่านคือ.. “พี่ปุ๊ก-วราทร พินทุสมิต” ..คู่ชีวิต-ครูวารุณี พินทุสมิต ที่เพิ่งเกษียณไปเมื่อกันยายนที่ผ่านมา “พี่ปุ๊ก” เป็นอดีตประธานเชียร์สวนฯ และเจ้าของตำนานเล่าเรื่องเชียร์ยุค-สองพันห้าร้อย-ให้พวกเราได้ซึมซับกัน หลังจบเกมวันนั้น และไปเลี้ยงสังสรรค์กันต่อ พี่ปุ๊ก-นั่งเล่าเรื่องเจ็บป่วยเป็น โรคหัวใจโต ให้แก่หลายๆ คนได้ฟัง ถึงขั้นว่า-เคยผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อจะเปลี่ยนหัวใจแล้ว แต่ต้องปิดกลับ-เย็บแผล..เพราะหัวใจที่ได้บริจาคมาใหม่ๆ นั้น ไม่สามารถเข้ากันได้กับระบบร่างกายของ พี่ปุ๊ก ฟังแล้ว-เสียว..ว้อย !!

ไล่ต่อมา-สวมเสื้อเหลืองเลข 18 คนนี้-กำลังโด่งดังไปทั้งประเทศกับหนังโฆษณาของ “ไทยประกันชีวิต” ใช่แล้ว..ผศ.วันชัย ธนะวังน้อย สก.81 จากวารสารฯ ธรรมศาสตร์ ท่านเป็นนักกีฬาและนักกิจกรรมตัวยง หากเล่นฟุตบอลจะยืนตำแหน่งเฝ้าเสาโกล อยู่เสมอๆ แถมยังเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ในสมัยเรียน ทั้งที่สวนฯ และ ธรรมศาสตร์ พี่ทั่น-มีโทนเสียงเหมาะกับ การจัดรายการวิทยุ หรืออ่านสปอตโฆษณา เป็นอย่างยิ่ง เมื่อคราวที่ สก.84-85-86 เป็นเจ้าภาพจัด “มุทิตาจิตอาจารย์ ปี 2535” นั้น พี่วันชัย-ให้เกียรติเป็นผู้ลงเสียงวิดีโอพรีเซ็นเตชั่น บรรยายกิตติคุณอาจารย์ทั้ง 16 ท่านที่เกษียณในปีนั้น และที่ขึ้นชื่อลือชาอีกประการหนึ่งคือ..เป็นนักกลอนตัวฉกาจ ทั้งลีลาสำนวนและความรวดเร็วในการเขียน..หาคนทาบได้ยาก ครั้นเห็นท่านเวลานี้ จากหนังโฆษณาที่ว่า ซึ่งรับบทเป็น-พ่อผู้กลับใจ (ทั้งๆ ที่ลูกน่าจะกลับใจมากกว่า) รู้สึกว่า-พี่ทั่นจะตุ้ยนุ้ยพุงพลุ้ยมากไปหน่อยนะครับ

ขยับต่อมา หมายเลข 16 -หมอสุรพล รักปทุม ผู้รับหน้าเสื่อเป็นประธานรุ่น สก.84 มากว่า 20 ปี ช่วงนั้น-ยังดำรงตำแหน่งเป็น เลขาธิการ สมาคมศิษย์เก่า สก.อีกด้วย ตัวเล็กคู่กันริมภาพขวาสุด..หมายเลข 9 – รุ่นน้องตัวแสบแต่น่ารักที่เราเรียกกันคุ้นปากว่า “ไอ้ยอด” และหมายเลข 31 – ทนงศักดิ์ มาลีศรีประเสริฐ สก.84 ซึ่งตอนนี้เป็นนายช่างใหญ่ ฝ่ายซ่อมบำรุงของ การบินไทย “ไอ้นง” เป็นนักดื่มตัวฉกาจ-ทั้งกลางวันหรือกลางคืน ไม่ว่าจะนอกหรือในเวลางาน..ให้สังเกตได้จากความฉ่ำบนใบหน้า เวลาพวกเราในรุ่นสังสรรค์สุรายาบานกัน..มักจะมีเรื่องแซวว่า ไอ้นง- ชอบลืม..ไม่ได้ใส่น็อต เครื่องยนต์ของเครื่องบิน คืนกลับที่เดิม เวลามันซ่อมแซมเครื่อง โดยมักจะตกค้างอยู่ในกระเป๋าของมัน คราวละ 2-3 ตัวอยู่เสมอๆ พอกลับไปถึงบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้า..จึงรู้ว่า ลืมใส่ให้ครบตามตำแหน่งต่างๆ ของเครื่องบิน มันก็โยนทิ้งรวมๆ ไว้ในกล่องเครื่องมือช่าง-ที่บ้าน ลองคิดดูก็แล้วกัน ไอ้นง-ทำหน้าที่นี้มาสามสิบปีเข้านี่ จึงมีน็อตที่มันลืม และโยนทิ้งไว้ รวมๆ แล้ว ได้เต็มเข่งใบใหญ่พอดู อ่านเรื่องแซวแบบนี้แล้ว-คนนั่งการบินไทย จงสวดภาวนาเอาเองก็แล้วกันนะ



ภาพต่อมา-ไล่จากขวาไปซ้ายในภาพนี้-เท่าที่รู้จักและจำได้มี ก้มหน้าอยู่คือ น.อ.ชินรัตน์ มณีอินทร์ กับคู่หูตัวแสบของ สก.85 “ไอ้เชษฐ์ ฉัตรกุล” สวมหมายเลข 34 ที่สวมเสื้อลายดอกเขียว..เขาละ “หมูตู้-วัลลภ รัตนวิเศษ” ครูสวนฯ ผู้ห่ามและระห่ำในวันนี้ หมายเลข 58 “พี่อู๊ด” อดีตกองหน้าทีมสวนฯ ตัวฉกาจเหมือนกัน คนพุงพลุ้ย-หัวเหม่ง หมายเลข 10 .. “พี่แดง” สก.79 – พี่ชายของ “ทรงศักดิ์ จันทรสาขา สก.84” และที่สำคัญ-ให้สังเกตทั้งสองภาพข้างต้นนี้ให้ดี จะเห็นโครงสร้างหลังคาตึกยาวเปลือยเปล่าอยู่ เนื่องจากช่วงเวลนั้น-กำลังมีการบูรณะครั้งใหญ่ ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นปูชนียสถานสำคัญทางการศึกษาของชาติ



โดดข้ามมาภาพนี้..
ที่เด่นๆ เห็นมี หมายเลข 2 – “สุธรรม สุวัชโรทัย”สก.86 อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ตัวเก่งของทีม สวนฯ และ ข้างๆ กัน หมายเลข 6 – “เต๊ะ-สมเกียรติ มณีอินทร์” สก.88 อดีตกองหน้าตัวเด่นของเราเช่นกัน ระหว่างนั่งพักคอยเปลี่ยนตัวลงแข่ง..นอกจากเขียนถึงในภาพก่อนหน้านี้แล้ว..ได้แก่ ไล่จากขวา.. ซิ้ม-วิทิต ประชานุกูล, หม่อม-ตรีเทพ มาพันธ์ และยืนอยู่ด้านหลัง-เชิดศักดิ์ (สืบพันธุ์) เศวตดุล ทั้งสามอยู่ รุ่น 84 เป็นนักบอลสวนฯ ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับ พ.อ.ศราวุธ เหราบัตย์ (หมายเลข 5) ก็อดีตนักบอลสวนฯ เรียนรุ่น 84 ส่วนสวมทีเชิร์ตสีชมพูอ่อนๆ – อาทร สินสวัสดิ์ เลขานุการ สก.84 และ ว่าที่ผู้ช่วยการไฟฟ้านครหลวง เวลานี้



ที่นั่งข้างครูผล.. ทุกคนต้องจำได้แม่นยำ ครูวิฑูรย์ บุญวานิช – ผู้สอนกลศาสตร์ ควบคู่ความฮา ให้บรรดาศิษย์นับพันผ่านสอบเอ็นทรานซ์ แวะเวียนมาร่วมงานและให้กำลังใจ ถ่ายภาพร่วมกัน หลังจบการแข่งขัน



ก่อนเข้าสู่งานสังสรรค์ในตอนค่ำ-โดยเคลื่อนพลมาที่ สมาคมศิษย์เก่าสวนฯ ตรงข้ามท่าวาสุกรี ก็ร่วมกันสักการะ พระบรมรูป พระพุทธเจ้าหลวง บริเวณหน้าสมาคม ไฮไลท์สุดยอดความมัน..ฮากันจนเยี่ยวราด..ในคืนนั้น ได้แก่ ทอล์คโชว์-ปะทะคารมกันสดๆ แบบไม่เคยเตรียมตัวมาก่อนของสองศิษย์เก่าคนดังต่างวัย สะบัดก้นยืนล้ำหน้าอยู่บนเวที ทุกคนล้วนรู้จักกันดี “หม่าม้า เทิ่ง สติเฟื่อง” เจ้าของผลงานเพลงไพเราะของลูกสวนฯ หลายต่อหลายเพลง สวมเสื้อลายสก็อตอยู่ข้างหลัง พี่หลอ-ประภัทร์ ศรลัมพ์ สก.79 อดีตประธานเชียร์สวนฯ และ จุฬาฯ ผู้ยิ่งใหญ่ รวมทั้งเป็นรุ่นพี่ ที่สวนฯ หลายต่อหลายรุ่นซาบซึ้งในน้ำใจเป็นอย่างดี ทั้งสองมาเจอะเจอกันโดยมิได้นัดหมายในคืนนั้นจริงๆ “พี่เทิ่ง” มักแวะเวียนมาที่สมาคมฯ เสมอๆ และเตรียมที่จะมาร่วมงานให้เกียรติ “ครูผล” และ “ครูศิริ” ส่วน “พี่หลอ” นั้น ดุ่ยๆ มากับ พี่ฉลอง ช้างขวัญยืน เพื่อนร่วมรุ่น หลังจากไปเฉิ่มมาจากงานเลี้ยงรุ่น สก.79 ก่อนหน้าจะมางานนี้ เมื่อสองฝีปากกล้า มาปะทะกันบนเวที ที่ขึ้นไปสร้างความสนุกสนานสลับกับเสียงเพลงเป็นระยะๆ บรรดาพี่น้องที่มาสังสรรค์ จึงฮาลั่นน้ำตาเล็ดกันทุกช่วงเช่นกัน



ผลปรากฎว่า..ครูผล-ไม่ยอมกลับบ้าน ทั้งๆ ที่เวลาไปร่วมสังสรรค์งานอื่นๆ อย่างเก่งประมาณ สามทุ่ม ก็ขอตัวไปพักผ่อนแล้ว แต่คืนนั้น ข้ามสองยามไปจนเกือบตีหนึ่ง-งานเลี้ยงเพิ่งจะเลิกราเพราะพวกเราเกรงใจครูผล ท่านจึงขยับลุกขึ้นกลับบ้าน แล้วพวกเราก็ใจหายวาบในวันรุ่งขึ้น เมื่อรู้ว่า เช้าตรู่.. ครูผล ..ต้องเข้าโรงพยาบาล-รักษาอาการป่วยโดยด่วน แต่พักฟื้นอยู่ไม่กี่วัน ท่านก็กลับมาอยู่บ้านตามปกติ

ภาพสุดท้าย-ปิดรายการนี้



เป็นภาพเพื่อนสก.84 ล้วนๆ ที่ไปร่วมงาน..ถ่ายร่วมกับ ทั้งสองครูพละในดวงใจของพวกเรา ไล่เรียงตามลำดับในภาพแล้ว ได้แก่ แถวนั่งจากขวา- ฐานิต มทนางกูร, เส็ง-พงศ์ธร อาภัสสรินทร์, รัชพล (สินธุ์ชัย) พิชิตกุล, ผู้หญิงคนเดียวในภาพ-ต่อมาตกเป็นภรรยาของ เชิดศักดิ์ เศวตดุล (สืบพันธุ์) ที่นั่งอยู่ถัดมา, แทรกโผล่หน้ามาคือไอ้นง-ธนงศักดิ์ มาลีศรีประเสริฐ แล้วก็ “ครูหริ” กับ “ครูผล” ต่อด้วย เจ๋ง-พีรพัฒน์ (สมชัย) หาญเรืองเกียรติ และ ซิ้ม-วิทิต ประชานุกูล ส่วนคนนั่งท่าสบายๆ หน้าสุด..ก็สบายไปแล้ว.. ฉิก-วิศิษฐ์ กลิ่นส่ง ซึ่งลาโลกไปเมื่อปลายปี 2546 ขยับขึ้นไปแถวยืนเริ่มจากขวา-ไอ้เหม-เหมราช เสตถากร จอมสำอาง..ลูกตาหมาน-ทำท่อประปา บ้านอยู่สะพานควาย ตอนนี้ไม่รู้ว่า ไปมุดตูดหมาอยู่ที่ไหน..หายหน้าไปหลายปี ทั้งๆ ที่ “ไอ้เหม” มันมี..วีรเวร..มากมาย (คงต้องมาเล่าให้อ่านกัน ในโอกาสต่อไป) ถัดมา- นพ.ชวลิต สันติกิจรุ่งเรือง (หน.โครงการแพทย์แผนโบราณไทย-จีน..เทียบเท่าอธิบดี ก.สาธารณสุข) ตามด้วย..จ้อย-อุดมศักดิ์ เล่ห์หลีกภัย-เหรัญญิกรุ่น, อาทร สินสวัสดิ์-เลขาฯ รุ่น, และนับเนื่องต่อไปนี้ ล้วนเป็นอดีตนักฟุตบอลตัวฉกาจของสวนกุหลาบทั้งนั้น เริ่มจาก ณัฐพงศ์ (ชาลี) เอมะศิริ ตอนนี้เป็น in-flight Manager การบินไทย, บิ๊กก๊อง-วิรัช ชาญพานิชย์ -แกนหลักคนหนึ่งของรุ่น 84, ชายน้อย สงเคราะห์ อดีตศูนย์หน้าตีนจรวด..ตอนนี้ก็ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่, พ.อ.ศราวุธ เหราบัตย์ อดีตกองหน้าจอมเลื้อย ไอ้โด๊ะ-พ.ต.อ.ธยาน์ฤทธิ์ (ชัยฤทธิ์) เอกเผ่าพันธุ์ ..รอง ผบ.ภ จ.เพชรบุรี, ไอ้จิ๋ม-พ.ต.อ.จำรูญ รื่นรมย์ (ไอ้นี่อยู่รุ่น 85 แต่มันขอย้ายมาอยู่ 84 มันบอกว่า-เพราะมีคนดังอยู่เยอะ) ไล่ต่อมาคือ ร็อค-ธงชัย อินทุวิศาลกุล, ไอ้หม่อม-ตรีเทพ (พันธุ์เทพ) มาพันธุ์, นพ.สุรพล รักปทุม-อดีตเลขาธิการ สมาคมศิษย์เก่า สก. และอดีตประธานรุ่น และปิดท้าย-อะแฮ่ม ตัวกระผมเองสวมเสื้อต้านภัยเอดส์ (warning ..stop *****ing now) ที่หลายๆ คนชื่นชอบ เสียดายจัง-เสื้อตัวนี้ ไม่รู้หายไปไหนแล้ว เป็นอันว่า-การเสนอภาพนิ่งแทนภาพเคลื่อนไหว-ในคราวนี้ คงจะเป็นที่พออกพอใจ ของเพื่อนฝูงได้พอสมควร เฉพาะอย่างยิ่ง-ภาพชุดนี้ เป็นภาพเอ็กคลูซีฟ จริงๆ และไม่เคยมีการเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

แม้แต่ในหนังสืออนุสรณ์งานศพของครูผล !!


Sunday, 4 December 2005

ภาพการแปรอักษรวันปิดการแข่งขัน



ด้านกองเชียร์..ก็สร้างสีสัน ให้ผู้ชมได้ประทับใจไม่แพ้กัน รวมไปถึงบรรยากาศพิธีปิด-ส่งมอบธงสำคัญ..แก่เจ้าภาพครั้งต่อไป เราเก็บภาพเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก พี่น้องสวนฯ และ ผู้สนใจทุกท่าน ตามสัญญาที่ให้ไว้..แม้จะไม่ละเอียดมากมายนัก แต่ก็ล้วนแต่มีความหมายแห่ง-มิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของ 4 โรงเรียน

สี่โรงเรียน ที่ขึ้นชื่อฤาชาว่า เก่งกาจในทุกๆ ด้าน และเป็นพลังสำคัญของประเทศไทยมาตลอด

พบกันใหม่..พ.ศ.2550
เราจะอยู่-และคอย วันนั้น



video



Friday, 2 December 2005

Behind the Scence ..ก่อนเกมจะเริ่ม

สวนกุหลาบ กับ เทพศิรินทร์ ..เตะฟุตบอลกันมาตั้งแต่รุ่นทวดรุ่นปู่ ท่านเตะเป็นเกมกีฬา-สมานสามัคคี ..รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย (คำขวัญตลอดชีพของ ครูผล ใจสว่าง) แล้วทีมบอลในปัจจุบันวันนี้-เตะฟุตบอลโดยติดดาบเข้าห้ำหั่นกัน-กระนั้นหรือ?? เกม "จตุรมิตรสามัคคี" กำเนิดมาได้สี่สิบปี แต่เกมที่อยู่ในหัวใจของทั้งสองโรงเรียนนั้น..เกิดขึ้นในแดนสยาม-เกือบร้อยปีมาแล้ว


เมื่อคราวที่ไปติดตามถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศ จตุรมิตร ครั้งล่าสุดในแง่มุมต่างๆ อยู่นั้น คิดเพียงแค่ว่า..จะพยายามเก็บสาระพัดสาระพันสิ่งน่ารักน่าสนใจ..มาให้มากที่สุด จนถึงวันปิดสนาม..ซึ่งกะตอนแรกไว้ในใจว่า-จะถ่ายเฉพาะเกมแข่งชิงที่สาม ระหว่าง สวนฯ กับ เทพศิรินทร์..ซึ่งหลายต่อหลายคน ห่วงอาการมาตั้งแต่ก่อนแข่ง จากนั้น..ก็จะรีบกลับมาตัดต่อ เพื่อป้อนขึ้น web ให้เร็วที่สุด

แต่ webmaster-kkasem รีบโทร.ไปบอกที่สนามว่า.. ขอให้ถ่ายภาพแปรอักษรมาให้มากที่สุด- เนื่องจากเวลานั้น มีลูกสวนฯ จำนวนมาก แจ้งความต้องการเข้าไปที่ web suan84 ก็เลยต้อง..เดินย้อนไปย้อนมา ระหว่างหัวสนามกับท้ายสนามศุภฯ ถ่าย video แปรอักษรวันนั้น มาตัดต่อให้ชมกันเท่าที่พอจะมีโอกาสเอื้ออำนวย





ย้อนไปถึงหัวค่ำของวันก่อนพิธีปิด ที่ก่อนหน้านั้น-หลายต่อหลายคนเป็นห่วงว่า-เกมชิงที่สาม ทั้งสองจะติดดาบเล่นบอล กระทั่งมีข่าวว่า-อาจจะยกเลิกเกม โดยให้สองโรงเรียนไปร่วมพิธีปิด แต่ไม่มีการเตะในสนาม

เรื่องนี้-ผมทราบและแย้งกับผู้อำนวยการของสวนฯ ไปแล้ว ในงานเลี้ยงของรุ่น 88(30 พย.) แก่นักบอลสวนฯ ที่ร.ร.เอเซีย.. โดยผมให้เหตุผลว่า- การยกเลิกเกมเตะ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่บรมห่วยที่สุด !! เขาเรียกว่าหนีปัญหา..มิใช่การแก้ปัญหาของระดับบริหาร หากเป็นเช่นนี้-จตุรมิตร ที่มีมา 41 ปี ก็คงจะต้องเลิกไปเลยรีไง?? พร้อมทั้งปวารณาตัวเองว่า- ยินดีจะพาพี่สวนฯ รุ่นเก่าๆ อาทิ พี่หลอ-ประภัทร์ มาเป็นกองเชียร์และโฆษกในสนามให้-ในวันปิด เพื่อจะได้สาธกเรื่องความสามัคคีอันดีที่มีมาเก่าแก่เกือบครึ่งศตวรรษ..ให้กองเชียร์ทั้งสองได้ฟัง


สองวันถัดมา..ตอนบ่ายของศุกร์ที่ 2 ธค. ก่อนจะถึงพิธีปิด ก็ได้รับโทรศัพท์ตามตัวด่วนจาก.. เต๊ะ-สมเกียรติ มณีอินทร์ และ ป๊อก-ประกาศิต สุวรรณานนท์ รุ่น 86 และ 88 เป็นนักบอลสวนฯ ทั้งคู่ บอกว่า- ช่วยไปให้ความคิดเห็นแก่นักฟุตบอลของสวนฯ และ เทพฯ ในค่ำนี้หน่อย โดยผู้บริหารและครูของทั้งสองโรงเรียน..นัดหมายมาเจอะเจอกินข้าวกันที่ ร้านเพลิน-วิภาวดีฯ ผมจึงตอบตกลง และแหวกการจราจรที่ติดขัดไปตามสถานที่นัดหมาย พบนักบอลของทั้งสองทีม สลับสับเปลี่ยนกันนั่งตามโต๊ะต่างๆ ส่วนโต๊ะวีไอพี. มีผู้อำนวยการของสองโรงเรียน และสต๊าฟโค้ชนั่งอยู่ และบุคคลคู่สำคัญที่ร่วมโต๊ะนี้ได้แก่
พ.ต.อ.วีรวิทย์ (มานิตย์) จันทร์จำเริญ - สก.83/84 อดีตนักฟุตบอลตัวกลั่นของ สวนฯ และ จุฬาฯ ปัจจุบันเป็น ผู้กำกับ สน.พลับพลาไชย 1 ..พื้นที่-ที่ร.ร.เทพศิรินทร์ ตั้งอยู่ กับอีกคนหนึ่ง-แต่งเครื่องแบบสีกากีเต็มยศ..มงกุฎครอบดาวบนบ่าเท่ากับคนแรก พ.ต.อ.อาจินต์ จารุวร -อดีตผู้รักษาประตูเทพศิรินทร์ ในฟุตบอลจตุรมิตร ยุค 2511-14 ปัจจุบันเป็น รองผู้บังคับการ นครบาล 5 ทั้งสองท่านให้เกียรติมาเล่าเรื่องสามัคคีของสองทีมแต่ครั้งกระโน้น.. จนส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่การงาน-ตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ๆ ไล่มาถึงปัจจุบัน ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปหลายต่อหลายครั้งนั้น..มีพื้นฐานจากการได้หล่อหลอมความสามัคคีจากเกม "จตุรมิตรสามัคคี" ครั้งกระโน้นนั่นเอง

จากนั้นเป็นโอวาทของผู้บริหารและสต๊าฟโค้ชของสองสถาบัน.. ที่ถือกำเนิดมาจากการได้รับพระเมตตา-พระราชทานจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินโดยแท้ นั่นคือ..ล้นเกล้า ร.๕ พระราชทานกำเนิด "สวนกุหลาบ" เช่นเดียวกับ "เทพศิรินทร์" เป็นลูกรักในอ้อมอกของ "แม่รำเพย" โอวาทที่นักฟุตบอลของทั้งสองทีมได้รับในค่ำนั้น.. จึงตอกย้ำถึงความสามัคคีของทั้งคู่

แล้วก็ แอ่น-แอ๊น !! ถึงคิวของผม..ที่ไปแอ่นอกปวารณาตัวเองไว้แต่ต้น-จนเข้ามาเอี่ยวในงานนี้อย่างปัจจุบันทันด่วน ผมเริ่มต้นร่ายยาว-แต่พอจะสรุปให้อ่านกันได้สั้นๆ ว่า..

บรรดานักเรียนเทพศิรินทร์-ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง กับสิ่งแรกคือ.. ล้นเกล้าฯ ร.๘ ..ได้ทรงศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนแห่งนี้ และสิ่งที่สองคือ-ภูมิใจในตัวนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ใช่ไหม? (มีเสียงตอบจากนักบอลเทพฯ ว่า-ใช่)

และทราบดีว่า-ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศเพื่อนบ้านเรา ใช่ไหม? (มีเสียงงึมงำดังว่า-ใช่..เพราะทีแรกคงคิดว่าจะหมายถึงนายกฯ เมืองไทย-ซึ่งสวนกุหลาบมีอยู่เป็นสิบท่าน)

ครับ-ใช่แล้ว..ท่านตนกู อับดุล เราะ มานห์..อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย ครั้งที่ท่านมาศึกษาระดับชั้นมัธยม ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์แห่งนี้ โดยท่านเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลตัวยงของทีมเขียว-เหลือง และห้วงเวลาเดียวกันนั้น..ทางด้านสวนกุหลาบฯ ก็มีนักฟุตบอลคนเก่งเหมือนกัน ท่านเล่นเก่งจนติดทีมชาติไทย และโชกโชนกับเกมฟุตบอล กระทั่งประสบเหตุขาหักทั้งสองข้าง ต่อมาท่านดำรงตำแหน่งเป็น นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในสมัยที่ท่านเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล..ท่านคือ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ยมนาค และท่านคือผู้ที่ดำริเริ่มต้นจัดแข่งขันฟุตบอล "คิงส์คัพ" ที่มีมาถึงวันนี้และแข่งอยู่เวลานี้

ส่วน ฯพณฯ ตนกู ..ท่านเป็นผู้ริเริ่มจัดแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปเอเซียเลยทีเดียว นั่นคือ-การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน (อายุไม่เกิน 20 ปี) ชิงแชมป์แห่งทวีปเอเซีย มีจัดแข่งทุกปี มีทีมเข้าร่วมแข่งขันจากชาติต่างๆ ทั่วทวีปไม่ต่ำกว่า 16 ทีมในแต่ละครั้ง ..โดยทีมไทยมีโอกาสได้ชนะเลิศเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2504 (ครั้งนั้น-หากจำไม่ผิด มีนักบอลสวนฯ อาทิ พี่เต้ย-ทวีพงษ์ เสนีย์วงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ฯลฯ ติดทีมชุดนี้ด้วย) เรียกว่า-เพราะ ท่านตนกู มีลูกฟุตบอลอยู่ในหัวใจ จึงดำเนินการเรื่องนี้ทันทีที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งสูงสุด

นั่นคือกิตติศัพท์ของทั้งสองท่าน-ในเวลาต่อมา หลังจากที่สมัยนุ่งกางเกงขาสั้นนั้น ท่านเป็นนักฟุตบอลคู่ขับเคี่ยวในเกมสมานสามัคคีระหว่างสถาบันเก่าแก่ของชาติ มาตลอด จึงต้องขอคำตอบจากทุกคนว่า-

สวนกุหลาบ กับ เทพศิรินทร์ ..เตะฟุตบอลกันมาตั้งแต่รุ่นทวดรุ่นปู่ ท่านเตะเป็นเกมกีฬา-สมานสามัคคี ..รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย (คำขวัญตลอดชีพของ ครูผล ใจสว่าง) แล้วทีมบอลในปัจจุบันวันนี้-เตะฟุตบอลโดยติดดาบเข้าห้ำหั่นกัน-กระนั้นหรือ?? เกม "จตุรมิตรสามัคคี" กำเนิดมาได้สี่สิบปี แต่เกมที่อยู่ในหัวใจของทั้งสองโรงเรียนนั้น..เกิดขึ้นในแดนสยาม-เกือบร้อยปีมาแล้ว

ผมร่ายยาวมาถึงตรงนี้-จึงหันไปถามนักบอลสวนฯ ที่นั่งโอบไหล่อยู่กับนักบอลเทพฯ ว่า..

หากจตุรมิตร ครั้งที่ 23 นี้..ทีมสวนฯ ได้ตำแหน่งบ๊วย-จะเสียใจไหม ?

... (ไม่มีคำตอบ..!?!) ..... จึงร่ายต่อ..ว่า..

จำได้ไหม-ใน 22 ครั้งที่ผ่านมา..สวนฯ ชนะกี่ครั้ง และ เทพฯ ชนะ กี่ครั้ง ??

... (ไม่มีคำตอบ..!?!) ..... อีก

นั่นไง-เป็นหนึ่งในสุดยอดวัตถุประสงค์ ของ "จตุรมิตร" ที่ยกเว้นการบันทึกสถิติไว้อย่างเป็นทางการ เขาปล่อยให้เป็นความทรงจำในแต่ละ generation ของทั้งสี่โรงเรียน ให้เป็นความประทับใจ-ความเสียใจ..ให้มีรอยยิ้ม-มีคราบน้ำตา ให้เกมดังกล่าว-เป็นเกมสามัคคี เป็นเกมเกียรติยศของลูกผู้ชายทั้งสี่โรงเรียน ที่จะได้ย้อนความทรงจำในห้วงวันเวลาที่นุ่งขาสั้น.. แล้วเอามารำลึกถึงและถกเถียงกัน..ในวันนี้

จตุรมิตรสามัคคี..ยังจะต้องมีต่อไปอีกเป็นร้อย..สองร้อยปี หากจัดแข่งขันปีเว้นปีแบบนี้..ก็จะมี "จตุรมิตร" อีก 100 ครั้ง ในจำนวนนี้-ทีมสวนกุหลาบ อาจจะชนะเลิศถึง 73 ครั้ง ก็ได้ ส่วนที่เหลือ-ให้อีกสามโรงเรียนแบ่งกันไป.. ซึ่งหากเป็นแบบนี้-ก็คงจะไม่มีใครอยากมาเตะกับสวนฯ.. เพราะเอ็งเก่งอยู่คนเดียว !!

แล้วผมก็หันถามนักบอล เทพฯ ว่า...

หรือเทพศิรินทร์-คิดว่าไง ? ..คิดว่าจะชนะเลิศซักกี่ครั้งดี ?

มีคำตอบเสียงดังฉาดฉานจากตัวแทนนักบอลคนหนึ่งว่า..

"ขอ เทพฯ ชนะ 91 ครั้ง..ครับ"

ปลาเริ่มติดเบ็ดแล้วครับ..ผมจึงตอบไปว่า...

"เยี่ยม- เทพศิรินทร์ ยังมีน้ำใจแบ่งขนมให้เพื่อนฝูงอีกตั้ง 9 ครั้งแน่ะ"

ก็เลยมีเสียงเฮจากผู้อยู่ในห้องจำนวนเกินครึ่งร้อย..ผ่อนคลายบรรยากาศ

ผมเปลี่ยนเรื่อง-หันมาถามต่ออีกว่า-
นักบอลทั้งสองทีม..เคยมีโอกาสดูวิดีโอเทป การแข่งบอล-แมทช์คลาสสิค ประทับใจคนทั้งโลกมั้ย ?

(มีเสียงพึมพำ-ทั้งเคย และ ไม่เคย..เนื่องจากที่นั่งฟังนั้น ต่างวัย กันหลายรุ่น) หลายๆ คนพยักหน้า เมื่อผมเฉลยว่า.. แมทช์ตัดเชือก รอบควอเตอร์ไฟนอล ระหว่าง "ฝรั่งเศส" กับ "บราซิล" ที่ใครต่อใครหลายคนบอกว่า-น่าจะเป็นคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนั้น..มากที่สุด จอมทัพของฝรั่งเศส นำโดย มิเชล พลาตินี่ (คนที่เคยเป็นประธานจัดฟุตบอลโลกเมื่อสองครั้งก่อนหน้านี้) ปะทะกับบราซิล ที่มี "ซิโก้" เป็นหัวหอก (คนนี้เป็นค้ชใหญ่ของญี่ปุ่นชุดลุยบอลโลกปีหน้า) ห้วงเวลา 45 นาทีของทั้งสองครึ่งในแมทช์นั้น..ผ่านไปโดยผู้ชมไม่รู้สึกตัวเลย !! เป็นแมทช์ที่ทั้งคู่เล่นด้วยชั้นเชิงลีลาลูกหนังที่พริ้วไหว..สวยงามจริงๆ ไม่มีใบแดงหรือใบเหลือง จากกรรมการควักออกมาแจกแม้แต่ใบเดียว

..ขอถามนักบอลวัยรุ่นทั้งสองทีมหน่อยว่า.. แม้จะเกิดไม่ทันดู หรือไม่เคยได้ดูวิดีโอเทปเกมดังกล่าว แต่วันนี้มีนักฟุตบอลระดับโลก ที่มีลีลาการเล่นคลาสสิค ให้ดูเยอะแยะใช่ไหม ? ..พวกเธอคงชอบ-โรนัลดินโญ่ ..ชอบ-เบคแคมป์ ..ชอบ-ซีดาน ..ชอบ-โรนัลโด้ ชอบเกมการเล่นที่เพลิดเพลินของเขาใช่ไหม ? นั่นแหละ-ที่เขาเรียกว่า เกมฟุตบอลสมัยใหม่นั้น เป็น entertainment ประเภทหนึ่ง เหมือนการแสดงหนัง แสดงละคร ให้ผู้ชมชื่นชอบ นักบอลพวกนั้น สร้างความบันเทิง สนุกสนานเร้าใจ ให้ผู้ชมทั้งสนามและค่อนโลกที่ดูถ่ายทอดสด

เช่นเดียวกับ..25 คน ที่จะอยู่บนหญ้าเขียวสนามศุภฯ วันพรุ่งนี้ ..ไม่ต้อง-งง-ครับ เพราะสองทีมรวม 22 คน แถมยังมีกรรมการและไลน์แมนอีก 3 คน รวมแล้ว 25 คนด้วยกัน ทั้งหมดคือ entertainer ที่จะต้องสวมบทบาทแสดงเกมที่สนุกสนานเร้าใจ ให้ผู้ชมทั้งสนามชื่นชอบ..และปรบมือให้ คนดูบนอัฒจรรย์ เป็นผู้ติดตามบทบาทการแสดงของเรา พวกเขาจะประทับใจ-ยิ้มย่องผ่องใสไปกับเกมที่ใสสะอาด มีจับไม้จับมือให้อภัยกันในสนาม เมื่อเกิดกระทบกระแทกกันในเกม ..พวกเธอทั้งสองทีม ไม่ต้องไปเล่นบทบาทโหด-ตามเสียงเชียร์ของกองเชียร์ถ่อย ที่มีอยู่ไม่กี่คนบนอัฒจรรย์หรอก เพราะหากเราติดดาบเล่นกัน..คนดูมีอารมณ์คล้อยตามจากบทตัวร้ายที่เห็นบนสนาม เหตุการณ์มันก็จะลุกลามต่อเนื่องไปกันใหญ่ เกมฟุตบอลจะต้องดำเนินต่อไป..ถึงแม้พวกเธอจะเรียนจบไปแล้ว มีครอบครัว-มีลูกหลาน..กระทั่งตายไปในภายหน้า เกมฟุตบอล-ก็ยังมีอยู่ในโลกนี้ "จตุรมิตรสามัคคี" ก็ยังคงมีต่อไปอีกนานเท่านาน




แล้วผมก็หันไปหา "ปลาที่ติดเบ็ด" ที่ผมทิ้งทุ่นไว้แต่แรก..แล้วถามว่า..

"เมื่อกี้-นักบอลเทพฯ ท่านใดครับ..ที่บอกว่า-จะขอชนะเลิศจตุรมิตรรวม 91 ครั้ง..น่ะ"


มีผู้ยกมือ..และยิ้มภาคภูมิใจ ผมจึงสำทับต่อให้ทุกคนได้ยินชัดเจนว่า..

"เพราะฉะนั้น..เธอต้องมีหน้าที่รักษาเกมจตุรมิตรนี้ไว้..เพื่อทำตามความประสงค์ของเธอให้ได้ ..เธอต้องไปกำชับลูกของเธอ..ให้กำชับหลาน-เหลน ที่จะเกิดต่อไปในภายหน้าว่า.. จะต้องรักษาความยิ่งใหญ่-ความสามัคคีของ "จตุรมิตร" ไว้ให้ถึง 200 ปีข้างหน้า เพื่อที่เทพศิรินทร์ จะได้เป็นแชมป์รวมทั้งหมด 91 ครั้ง-ดังที่ตั้งใจไว้..นะครับ"

ถัดจากนั้น-อีกไม่กี่นาที... เสียงเพลง "จตุรมิตรสามัคคี..ดีเด่น"..... ก็ดังกระหึ่มขึ้น..พร้อมกับการทะยอยกอดคอกัน เดินออกจากห้องของทั้งสองทีม..กลับแคมป์เก็บตัว




แล้วบ่ายวันรุ่งขึ้น.. ผู้ชมทั้งสนาม ก็ได้เห็นเกมชิงที่สามของทั้งสอง..เต็มไปด้วยมิตรภาพอันยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ส่วนคู่ชิงชนะเลิศนั้น- บรรยากาศเป็นอย่างไร ? ..ผมไม่ได้สนใจ !?! เพราะ-ยังปลื้มใจกับภาพ.. นักบอลเสื้อเขียวเหลือง-และชมพูฟ้า..จับมือ-สวมกอดกันกลม..เมื่อจบเกม

ผมขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้ให้อ่าน.. โดยคาดหวังว่า-อีกสองร้อยปีข้างหน้า-จะมีผู้มาให้คำตอบได้ว่า..

เทพศิรินทร์ ขนะเลิศครบ 91ครั้งจริงๆ !!!



video