Suankularb 84

www.suan84.com

Sunday, 17 August 2008

รู้ทัน “Storm surge” มหันตภัยร้ายแห่งท้องทะเล

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 สิงหาคม 2551 09:27 น.

หากลองนึกภาพเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอดีต แน่นอนว่า ภาพของเหตุการณ์ไล่ตั้งแต่พายุแฮเรียต ในปีพ.ศ.2505 ที่ซัดแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช จนราบเป็นหน้ากลอง ถัดมาในปี พ.ศ.2532 มหาวิบัติพายุเกย์ ก็สร้างความเจ็บช้ำให้แก่ชาวบ้านหลายพื้นที่ใน จ.ชุมพร จนมาถึงช่วงปี พ.ศ.2540 พายุลินดา ก็ซัดซ้ำรอยเดิมใน จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี...



การก่อตัวของพายุ


เหตุการณ์ทั้งหมดคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายคน กระทั่งล่าสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านก็เกิดเหตุพิบัติภัยจากพายุนาร์กีสที่ถล่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า จนสร้างความเสียหายเกินคณานับ ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่ไล่เรียงมานี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าล้วนแล้วเกิดขึ้นจากความรุนแรงของพายุที่พัดเข้าหาชายฝั่งในลักษณะที่เรียกว่า ‘Storm surge’

** Storm surge มหัตภัยร้ายเกินมองข้าม

นาวาเอก กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ให้คำอธิบายว่า Storm surge คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อนที่ยกระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นกว่าปกติ อันเนื่องมาจากความกดอากาศต่ำที่ปกคลุม ณ บริเวณนั้น ซึ่งเวลาที่หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางของพายุ ทำให้แรงกดนั้นยกระดับน้ำจนกลายเป็นโดมน้ำขึ้นมา โดยเคลื่อนตัวจากทะเลซัดเข้าหาชายฝั่ง

คำถามก็คือ Storm surge มีความเหมือนหรือแตกต่างจาการการเกิดสึนามิ หรือไม่?
นาวาเอก กตัญญู ชี้แจงว่า สิ่งที่คล้ายกัน คือ รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่แล้วพัดเข้าชายฝั่ง แต่ที่แตกต่างกัน คือ ลักษณะของการเกิด คือ สึนามิ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ของแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าชายฝั่ง แต่กับ Storm surge จะเกิดขึ้นโดยมีตัวแปรจาพายุ

ส่วนความเสียหายนั้น คิดว่า Storm surge จะเลวร้ายมากกว่า กล่าวคือ การเกิดสึนามิจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ โดยท้องฟ้าอาจจะแจ่มใส อากาศเป็นปกติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทางฝั่งอันดามันของไทย แต่หากเป็น Storm surge จะเกิดขึ้นพร้อมกับพายุซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วนไม่แจ่มใส สภาพอากาศเลวร้าย มีการก่อตัวของเมฆฝน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง บริเวณชายฝั่งเกิดคลื่นโถมกระแทกอย่างหนัก คลื่นในทะเลสูง แต่เมื่อศูนย์กลางของพายุเคลื่อนเข้ามาก็จะหอบเอาโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ


รูปแบบการยกตัวของคลื่น Storm surge ในการขึ้นฝั่ง



“เมื่อ Storm surge เกิดมาพร้อมกับพายุโซนร้อน เพราะฉะนั้นเมื่อพายุเข้ามาเราก็จะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และจากการสังเกตลักษณะอากาศที่จะค่อยๆ เลวร้ายลง ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าหลายวันและสามารถหาทางอพยพได้ทัน แต่กับสึนามิอาจจะไม่รู้ได้เลย เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด แต่ปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นในช่วงหลายปีมานี้ก็เป็นอะไรที่คาดเดา พยากรณ์ได้ยากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเกิดภาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศในทุกมุมโลกเกิดความแปรปรวน และยิ่งทวีความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้น สิ่งนี้จึงเรื่องที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด” นาวาเอก กตัญญู ให้ภาพ



คลื่น Storm surge ที่เกิดจากอิทธิพลของพายุในทะเล



** กทม.ไม่น่าห่วงเท่าชายฝั่งอ่าวไทย

นาวาเอก กตัญญู อธิบายต่อว่า เมื่อเป็นเช่นนี้หลายคนจึงตั้งคำถามว่าพื้นที่ของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ชายฝั่งแล้วจะได้รับผลกระทบที่เกิดจาก Storm surge หรือไม่นั้น ต้องบอกว่าถึงแม้พื้นที่เสี่ยงการเกิดพายุจะอยู่ในอ่าวไทย แต่บริเวณก้นอ่าว หรือบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา กลับไม่เคยพบการเกิดพายุหมุนโซนร้อนมาก่อน ที่พบก็จะมีแต่ปลายๆ ของหางพายุดีเปรสชันซึ่งก็ไม่ได้เกิดความรุนแรง แต่พื้นที่ที่น่าห่วง คือ ตลอดแนวพื้นที่ราบชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ชุมพร ลงไป ซึ่งในอดีตพื้นที่เหล่านี้ก็เคยเกิดพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ซัดถล่มมาแล้ว หากมองในพื้นที่บริเวณชายฝั่งของกรุงเทพฯ โอกาสที่จะเกิดน้อย เนื่องจากพื้นที่ของกทม.เป็นพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน แต่หากว่าเกิดพายุพัดผ่านเข้ามาบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาจริงอิทธิพลจะเข้ามาถึงตัวเมืองแน่นอน โดยเฉพาะร่องแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะมีมวลน้ำทะลักเข้ามาไหลเอ่อท่วมพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ

นาวาเอก กตัญญู บอกอีกว่า ทางฝั่งของทะเลอันดามันก็ยังพอเบาใจได้เนื่องจากการเกิดของ Storm surge จะเกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนตัวของศูนย์กลางพายุเข้าหาชายฝั่ง แต่หากสังเกตเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุที่เกิดขึ้นในไทยนั้นจะเริ่มพัดขึ้นฝั่งอ่าวไทยแล้วพัดออกจากฝั่งทางอันดามันไปพม่า บังคลาเทศ อินเดีย ทำให้ฝั่งอันดามันเป็นการเคลื่อนตัวออกนอกชายฝั่ง ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจาก Storm surge เหมือนอ่าวไทย แต่ที่ไม่ควรมองข้ามคือหากพายุหมุนเกิดขึ้นภายในแผ่นดิน และบริเวณแหล่งน้ำภายในเช่น กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนผ่านแหล่งน้ำเหล่านั้น น้ำก็จะยกตัวขึ้นมาเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในทะเลและก็อาจทำให้เกิดคลื่นพัดเข้าสู่ฝั่งได้เช่นกัน

“ที่ผ่านมา หลายคนให้ความสนใจในการเฝ้าระวังสึนามิ เพราะยังเป็นของใหม่ในบ้านเรา แต่ความจริงแล้วภัยคุกคามที่แท้จริงคงหนีไม่พ้น Storm surge เพราะโอกาสที่จะเกิดพายุหมุนโซนร้อนที่พัดเข้าอ่าวไทยเกิดได้ถี่กว่า สึนามิหลายเท่า” นาวาเอก กตัญญู แจกแจง

** ปลูกป่าชายเลน แนวป้องกันชั้นยอด

ในส่วนของการเฝ้าระวังและวิธีการเตรียมรับมือนั้น รศ.อัปสรสุดา ศิริพงษ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ระยะเสี่ยงการเกิดพายุจะอยู่ที่ 3 เดือนอันตราย เพราะจากสถิติการเกิดพายุหมุนโซนร้อนที่ขึ้นทางฝั่งอ่าวไทยนั้น เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนตุลาคม พายุจะก่อตัวทางตอนใต้ของปลายแหลมญวนทางเขมร และเมื่อถึงช่วงเดือนพฤศจิกายนพายุจะเคลื่อนลงจากแหลมญวนจนเคลื่อนสู่อ่าวไทย ไปตลอดจนถึงเดือนธันวาคมพายุจึงจะสลายไปในที่สุด

สำหรับในบ้านเรานั้นหลายคน กลัวว่า Storm surge จะเกิดผลกระทบต่อเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แต่อยากให้อุ่นใจได้ว่า Storm surge คงเข้ามาไม่ถึง ที่ต้องระวังคือปัญหาเดิมๆ อย่างน้ำท่วม เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่รับน้ำ อีกทั้งภายในตัวเมืองชั้นในยังมีสิ่งปลูกสร้างสูงๆ ป้ายโฆษณาตามตึกต่างๆ ก็ควรระวังหากเกิดลมพายุรุนแรงเพราะจะพัดป้ายให้พัง และเกิดความเสียหายได้ จึงเป็นเรื่องที่ควรหาทางป้องกันอย่างเร่งด่วน

การเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับ Storm surge นั้น อยากฝากให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยศึกษาลักษณะของการเกิด และความรุนแรงเพื่อที่จะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน ซึ่งการหนีนั้นต้องมีหน่วยงานที่ร่วมทำแผนที่เสี่ยงภัย หากบริเวณไหนมีประชากรหนาแน่นบริเวณนั้นจะมีความเปราะบางมาก จึงต้องทำแผนที่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมืองท่องเที่ยว

“วิธีการป้องกันมีอยู่หลายแนวทางทั้งการสร้างกำแพงป้องกันแต่ก็ไม่ควรนำมาใช้กับบ้านเรา และอาจจะเป็นการสูญเงินอย่างมหาศาล ทางออกที่ดีที่สุดคือการช่วยกันรักษาป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง หรือปลูกป่าชายเลนเพิ่มในพื้นที่ชายฝั่งซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดความรุนแรงได้ อีกทั้งควรกำหนดเป็นหลักสูตรในเรื่องของภัยพิบัติลงในแบบเรียนเพราะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เด็กเกิดความตื่นตัว จึงต้องสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และต้องมีการซ้อมแผนเตือนภัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงคราวเกิดขึ้นจริงจะได้ช่วยลดความเสียหายจากชีวิตและทรัพย์สินได้”
รศ.อัปสรสุดา ทิ้งท้าย

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000095130







ผลกระทบของ Strom Surge ต่อคนกรุงเทพฯ และคนชายฝั่ง



3 Comments:

  • At 18 August, 2008 00:06 , Blogger 15853 said...

    กทม.เตรียมซ้อมแผนรับมือ Storm Surge แม้โอกาสเกิดน้อย

    กทม.จับมือหน่วยงานเกี่ยวข้อง ซักซ้อมแผนรับมือหากเกิดวิกฤตคลื่นกระทบฝั่ง แม้โอกาสเกิดน้อยกว่าร้อยละ 10 เนื่องจากอยู่ในอ่าวอับ กว่าพายุจะพัดถึงก็อ่อนกำลังลง เผย พท.ชายฝั่งตั้งแต่ จ.ประจวบฯ มีความเสี่ยง

    วันนี้ (17 ส.ค.) ที่ห้องประชุมกองบัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบก นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังประชุมเชิงปฏิบัติการซักซ้อมแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม.ในระดับวิกฤตและกรณีเกิดคลื่นพายุซัดฝั่งประจำปี 2551 ซึ่งประชุมร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กองทัพเรือ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ว่า กทม.ถือได้ว่ามีความเสี่ยงวิกฤตคลื่นกระทบฝั่ง (Storm Surge) น้อยมาก แต่เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ จึงได้เตรียมซักซ้อมและแผนปฏิบัติการโดยกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า สามารถแจ้งการเกิดพายุให้ประชาชนทราบก่อนล่วงหน้า 4-6 วัน เพื่อป้องกันตัวเองรวมถึงการอพยพ โดยพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ติดชายฝั่งทะเล คือ เขตบางบอน จอมทอง บางขุนเทียน บางนา ทั้งนี้ จะกำชับให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตเตรียมแผนซักซ้อม และมอบผู้นำชุมชนหมู่บ้านให้ความรู้และแนวทางป้องกัน

    ด้าน ดร.วัฒนา กันบัว ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า กทม.มีโอกาสเสี่ยงเกิดวิกฤตคลื่นกระทบฝั่ง น้อยกว่าร้อยละ 10 เนื่องจาก กทม.อยู่ในอ่าวอับ ที่มีความแคบเพียง 100 กิโลเมตร เท่านั้น ขณะนี้ศูนย์กลางของพายุจะต้องมีความกว้างถึง 300-1,500 กิโลเมตร แต่ด้วย กทม.เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำลึกลงไป 2-3 เมตร เมื่อมีพายุฝนก็ทำให้เกิดฝนตกหนัก และอาจมีปัญหาน้ำเจ้าพระยายกสูงได้ ส่วนปัจจัยการเกิดวิกฤตคลื่นกระทบฝั่ง จะเกิดขึ้นได้จากพายุลมแรง คลื่นสูง น้ำทะเลยกตัวมากกว่าปกติ หรือกรณีเกิดมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงรอยต่อฤดูฝนกับฤดูหนาว และปัจจัยของอุณหภูมิน้ำทะเลที่ต้องสูงมากกว่า 27 องศาเซลเซียส

    สำหรับช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ส่วนใหญ่จะเกิดพายุขึ้นในทะเลจีนใต้ แต่เนื่องจากประเทศไทยอยู่ตรงกลาง แวดล้อมไปด้วยประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่ากว่าพายุจะพัดถึงก็จะอ่อนกำลังลง จึงไม่น่าเป็นห่วง พร้อมย้ำการให้ข้อมูลครั้งนี้เป็นในเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ต้องการโต้แย้งกับใคร ส่วนพื้นที่ที่มีโอกาสการเกิดวิกฤตคลื่นกระทบฝั่งนั้น มีตั้งแต่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงไป

     
  • At 18 August, 2008 00:22 , Blogger 15853 said...

    อุตุฯยันอ่าวไทยไม่เอื้อพายุถล่ม

    เมื่อวันที่ 16 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับพิเศษชี้แจงข้อเท็จจริงของปรากฏการณ์สตอมเซอจ (Storm Surge) ในอ่าวไทยตอนบน โดยความรุนแรงเท่ากับพายุไซโคลนนาร์กีส ก่อให้เกิดความแตกตื่นของประชาชนทั่วไปนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการตัดสินใจดังนี้

    1.จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติในรอบ 57 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีพายุเคลื่อนตัวเข้ามาในอ่าวไทยตอนบน ในช่วงเดือนก.ย.-พ.ย. แต่ความแรงลมของพายุมักน้อยกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    2.จากการเคลื่อนตัวของพายุในอ่าวเบงกอลที่ประเทศพม่า เกิดจากลมที่มีความชื้นมาก ทำให้พายุมีกำลังแรงขึ้นก่อนขึ้นฝั่ง แต่พายุที่เคลื่อนตัวเข้าอ่าวไทยเกิดจากลมที่มีความชื้นน้อย ซึ่งจะทำให้พายุอ่อนกำลังลง และมีแรงลมน้อยกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    3.สตอมเซอจที่เป็นอันตราย ส่วนมากเกิดจากพายุที่มีแรงลมมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    4.ลักษณะภูมิประเทศของพม่าเป็นแบบเปิดรับลมแรงจากพายุพัดเข้าฝั่ง ส่วนอ่าวไทยตอนบนเป็นแบบแคบและปิด รวมทั้งลมแรงที่พัดเข้าหาพายุเป็นลมที่พัดออกจากฝั่ง มิได้พัดเข้าบริเวณก้นอ่าวไทย

    5.พื้นที่ชายฝั่งทะเลรอบอ่าวไทยตอนบนเคยเกิดสตอมเซอจ เมื่อครั้งพายุไต้ฝุ่นเกย์ ที่ขึ้นฝั่งจ.ชุมพร ในปี 2532 และพายุไต้ฝุ่นลินดาที่ขึ้นฝั่งจ.ประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2540 แต่ไม่รุนแรง ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่า ถ้าจะมีพายุเคลื่อนตัวเข้ามาอีก ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะไม่รุนแรงมาก จะใกล้เคียงกับที่เคยเกิดจากอิทธิพลของพายุเกย์และพายุลินดา

    6.จากการติดตามการก่อตัวของพายุ กรมอุตุนิยมวิทยายังไม่พบปัจจัยในการก่อตัวของพายุที่จะเคลื่อนตัวเข้าอ่าวไทยในระยะนี้ หากพบการก่อตัวของพายุ และมีแนวโน้มว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาสามารถแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมป้องกันได้ไม่น้อยกว่า 5 วัน

    นายสมพร ใช้บางยาง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ได้ซักซ้อมทำความเข้าใจ และมีหนังสือสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. รวมถึงเมืองพัทยา จ.ชลบุรี และกรุงเทพ มหานคร ให้เตรียมความพร้อมในเรื่องสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องเป็นหน่วยงานแรกที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

    "ส่วนในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ในการช่วยเหลือในกรณีภัยพิบัติต่างๆ ให้ถือเป็นความสำคัญอันดับแรก และสามารถใช้จ่ายเงินที่มีอยู่ได้ทันที และหากไม่มีงบที่ตั้งไว้ก็อาจจะนำงบในโครงการอื่นที่ไม่สำคัญมาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยเร่งด่วนก่อนได้ ในส่วนของการช่วยเหลือเบื้องต้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ต้องเข้าไปดูแล และที่ผ่านมาเรามีการประสานงานกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝึกอบรม อปพร.มิสเตอร์เตือนภัย เชื่อว่าผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละแห่ง พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ ได้ทันท่วงที" นายสมพรกล่าว

     
  • At 20 August, 2008 01:36 , Blogger 15853 said...

    "สมิทธ"โต้"ชท."ใช้อำนาจการเมืองก้าวก่ายนักวิชาการ

    เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่โรงแรมราชมังคลาพาวิเลี่ยน อ.เมือง จ.สงขลา นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แถลงข่าวตอบโต้กรณีนายสนธิญา สวัสดี รองโฆษกพรรคชาติไทย ที่ออกหนังสือส่งไปยังผู้ว่าราชการในเขตจังหวัดชายทะเล แจ้งให้ยุติการให้ข่าวการเกิดพายุน้ำทะเลยกตัวสูงซัดฝั่ง หรือ "สตอร์ม เซิร์จ" เพราะเกรงประชาชนจะตื่นตระหนกว่า นายสนธิญาทำไม่ถูกต้องและก้าวล้ำอำนาจของนักการเมืองต่อนักวิชาการ ถือว่าผิดมารยาทอย่างร้ายแรง เพราะตนแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนทราบล่วงหน้า เพื่อให้เกิดความตื่นตัว ที่สำคัญ หลังจากให้ข่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และกรุงเทพมหานคร ต่างออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แม้ว่าเนื้อข่าวบางส่วนอาจขัดแย้งกันบ้าง แต่ก็ทำให้หน่วยงานเหล่านี้ตื่นตัวและรับผิดชอบความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนมากขึ้น

     

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home