Sunday, 28 December 2008
Thursday, 25 December 2008
วิธีดูแบงค์ปลอม
สถานการณ์ธนบัตรในช่วงเทศกาลปีใหม่
http://www.bot.or.th/Thai/PressAndSpeeches/Press/News2551/n4651t.pdf
ในช่วงเดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2551 มีการตรวจพบธนบัตรปลอมรวม 18,895 ฉบับ หรือคิดเป็นประมาณ 5-7 ฉบับต่อปริมาณธนบัตรหมุนเวียน 1 ล้านฉบับ ซึ่งนับว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยธนบัตรปลอมที่ตรวจพบมากที่สุด ได้แก่ ธนบัตรชนิดราคา 1000 บาท จำนวน 11,158 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 61 ของจำนวนธนบัตรปลอมรวมที่ตรวจพบ ซึ่งผู้กระทำการปลอมธนบัตรจะมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิตและปรับสูงสุด 40,000 บาท ส่วนผู้นำธนบัตรปลอมออกใช้หรือพยายามใช้ มีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับสูงสุด 30,000 บาทอนึ่ง ธปท. ขอเรียนว่าปัจจุบันยังคงมีธนบัตรชนิดราคา 1000 บาทรุ่นเก่าที่ไม่มีแถบฟอยล์สีเงินจำนวนหนึ่งใช้หมุนเวียนควบคู่กับธนบัตรชนิดราคา 1000 บาทรุ่นปกติที่มีแถบฟอยล์สีเงิน โดยประชาชนสามารถศึกษาวิธีตรวจสอบธนบัตรชนิดราคาต่าง ๆ ได้ที่ http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/Pages/howtocheck.aspx หรือสอบถามที่โทรศัพท์ 02–356– 8666 และ 02–356–8689
วิธีดูแบงค์ปลอม
- ลายน้ำ พระบรมสาทิสลักษณ์ มองเห็นได้ชัดเจน เมื่อยกส่องกับแสงสว่าง และรูปลายไทยจะโปร่งแสงเป็นพิเศษ
- แถบสีโลหะในเนื้อกระดาษ นำเนื้อกระดาษตามแนวตั้ง เมื่อยกส่องกับแสงสว่าง จะเห็นตัวเลขและตัวอักษรโปร่งแสง
- พิมพ์เส้นนูน พระบรมสาทิสลักษณ์ ตัวอักษรและตัวเลขแจ้งราคา เมื่อสัมผัสด้วยปลายนิ้วจะรู้สึกสะดุด
- ตัวเลขแฝง ซึ่งอยู่ในลายไทย มองเห็นได้เมื่อยกธนบัตรเอียงเข้าหาแสงสว่าง โดยมองจากมุมล่างซ้ายเข้าหากึ่งกลางธนบัตร
- ภาพซ้อนทับพิมพ์แยกส่วนไว้บนด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อยกส่องกับแสงจะมองเห็นภาพสวยงาม โดยแบงก์พันจะเป็นรูปดอกบัว แบงก์ 500 เป็นรูปดอกพุดตาล แบงก์ 100 เป็นตัวเลข 100 แบงก์ 50 เป็นตัวเลข 50 แบงก์ 20 เป็นตัวเลข 20
- ตัวเลขจิ๋ว บรรจุในตัวเลขไทยด้านหน้า มองเห็นได้ชัดเจนด้วยแว่นขยาย
- แถบฟอยล์ สีเงินมองเห็นเป็นหลายมิติ และสะท้อนแสงเมื่อพลิกไปมา
- หมึกพิมพ์พิเศษ ตัวเลข 1000 จะมองเห็น ด้านบนสีทอง ด้านล่างสีเขียว เมื่อพลิกขอบล่างขึ้นจะเห็นเป็นสีเขียวทั้งหมด ส่วนแบงก์ 500 ตัวเลข 500 จะมองเห็นตัวเลขสีเขียว เมื่อพลิกขอบล่างจะมองเห็นเป็นสีม่วง นอกจากนี้ ยังมีวิธีนำบริเวณลอยนูนของแบงก์ เช่น คำว่ารัฐบาลไทย ถูกับกระดาษสีขาว ของจริงจะปรากฏสีให้เห็น
วิธีตรวจสอบธนบัตร
(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดเต็ม)
ธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕
(ไม่มีแถบฟอยล์)

ธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕
ปรับปรุง (มีแถบฟอยล์)

ธนบัตรชนิดราคา ๕๐๐ บาท แบบ ๑๕

ธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐ บาท แบบ ๑๕

ธนบัตรชนิดราคา ๕๐ บาท แบบ ๑๕

ธนบัตรชนิดราคา ๒๐ บาท แบบ ๑๕

ที่มา :

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนบัตรเป็นสิ่งพิมพ์มีค่าประเภทหนึ่ง มีความพิเศษแตกต่างจากสิ่งพิมพ์มีค่าประเภทอื่น เพราะนอกจากลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงที่ต้องบรรจุไว้ในพื้นที่พิมพ์อันจำกัดแล้ว ลวดลายในธนบัตรยังต้องมีคุณค่าทางศิลปะ มีความประณีตสวยงาม และเน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทย ดังนั้น เพื่อคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือสมเป็นสื่อกลางสำหรับใช้ในการแลกเปลี่ยน ธนบัตรต้องมีลักษณะพิเศษที่ยากต่อการปลอมแปลง แต่ประชาชนสามารถสังเกตจดจำได้ดี และแยกแยะความแตกต่าง ด้วยวิธีสังเกตง่าย ๆ ๓ วิธี ได้แก่ สัมผัส ยกส่อง และพลิกเอียง

กระดาษธนบัตร
ธนบัตรรัฐบาลทำจากกระดาษที่มีใยฝ้ายเป็นส่วนประกอบหลัก จึงมีความแกร่ง ทนทาน และไม่ยุ่ยง่าย เมื่อจับสัมผัสจะให้ความรู้สึกแตกต่างจากกระดาษทั่วไป ธนบัตรปลอมทำจากกระดาษคุณภาพต่ำ เมื่อถูกใช้เปลี่ยนมือเพียงไม่กี่ครั้งเนื้อกระดาษก็จะนิ่มเป็นขุยและยุ่ยง่าย

ดอกฝ้าย : วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตกระดาษธนบัตร

เมื่อจับสัมผัสจะรู้สึกถึงความแกร่งของเนื้อกระดาษ
ลวดลายเส้นนูน
เกิดจากการพิมพ์เส้นนูนโดยใช้แม่พิมพ์ที่มีร่องหมึกลึกและใช้แรงกดพิมพ์สูงหมึกพิมพ์จึงนูนขึ้นมาจากเนื้อกระดาษ อีกทั้งภาพและลายเส้นที่ได้จะมีรายละเอียดคมชัด เหมาะสำหรับการพิมพ์ภาพประธาน เช่น พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ หรือส่วนที่ต้องการเน้นให้เด่นชัด ลวดลายเส้นนูนสามารถสัมผัสและรู้สึกได้ที่ตัวเลขแจ้งชนิดราคามุมขวาบน ตัวอักษรคำว่า รัฐบาลไทย ตัวอักษรและตัวเลขไทยแจ้งชนิดราคาด้านหน้าธนบัตร เมื่อใช้ปลายนิ้วมือลูบสัมผัสบริเวณดังกล่าว จะรู้สึกถึงการนูนของหมึกพิมพ์มากกว่าบริเวณอื่น

พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ที่เกิดจากการพิมพ์เส้นนูน
จะมีลายเส้นละเอียดคมชัด

ภาพขยายลวดลายเส้นนูน เมื่อสัมผัสด้วยปลายนิ้วมือจะรู้สึกถึงการนูนของหมึกพิมพ์

ลายน้ำ
เมื่อยกธนบัตรรัฐบาลขึ้นส่องดูกับแสงสว่าง จะเห็นลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภาพลายน้ำนี้เกิดขึ้นในขั้นตอนการผลิตกระดาษที่ทำให้เนื้อกระดาษมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน จึงทำให้เห็นเป็นภาพที่มีการไล่ระดับของแสงเงาอ่อนแก่คล้ายภาพสามมิติ ไม่ใช่ภาพแบนราบเหมือนธนบัตรปลอมที่เลียนแบบด้วยการพิมพ์ภาพลงบนผิวกระดาษ นอกจากลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วยังมีลายน้ำรูปลายไทยที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษประดับควบคู่ไว้อีกด้วย


การยกธนบัตรส่องกับแสงสว่าง
และภาพที่ปรากฎเมื่อยกธนบัตรชนิดราคา ๕๐๐ บาท ส่องกับแสงสว่าง
แถบสีโลหะในเนื้อกระดาษ
ธนบัตรรัฐบาลทุกชนิดราคามีแถบสีโลหะฝังในเนื้อกระดาษตามแนวตั้งบนแถบมีตัวเลขและตัวอักษรโปร่งแสงขนาดเล็กแจ้งชนิดราคาธนบัตรสามารถมองเห็นและอ่านได้ทั้งสองด้านเมื่อยกธนบัตรส่องดูกับแสงสว่าง

สำหรับธนบัตรชนิดราคา ๕๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท
จะมีบางส่วนของแถบสีโลหะปรากฎให้เห็นเป็นระยะ ๆ ที่ด้านหลังของธนบัตร
เมื่อยกขึ้นส่องดูกับแสงสว่างจะเห็นเป็นเส้นต่อเนื่อง
มีตัวเลขและอักษรโปร่งแสงขนาดเล็กแจ้งชนิดราคาธนบัตรเช่นเดียวกัน

ภาพขยายตัวเลขและอักษรโปร่งแสงบนแถบสีโลหะในเนื้อกระดาษธนบัตร
ชนิดราคา ๕๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท
ภาพซ้อนทับ
เกิดจากการพิมพ์สีพื้นด้วยเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ภาพได้ทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน ทำให้ส่วนของลวดลายที่ออกแบบไว้ในตำแหน่งตรงกันของด้านหน้าและด้านหลังธนบัตรทับกันสนิทหรือประกอบกันขึ้นเป็นลวดลายหรือภาพที่สมบูรณ์

เมื่อส่องกับแสงสว่างลวดลายทั้งสองด้านจะซ้อนทับกันเป็นเลข 100 ที่สมบูรณ์

เมื่อส่องกับแสงสว่างลวดลายทั้งสองด้านจะซ้อนทับกันเป็นรูปดอกพุดตานที่สมบูรณ์

เมื่อส่องกับแสงสว่างลวดลายทั้งสองด้านจะซ้อนทับกันเป็นรูปดอกบัวที่สมบูรณ์

หมึกพิมพ์พิเศษสลับสี
ที่ตัวเลขแจ้งราคามุมขวาบนของธนบัตรชนิดราคา ๕๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท พิมพ์ด้วยหมึกชนิดพิเศษ เมื่อพลิกธนบัตรไปมาสีของตัวเลข 500 จะเปลี่ยนสลับจากสีเขียวเป็นสีม่วง ส่วนสีของตัวเลข 1000 ด้านบนจะเปลี่ยนสลับจากสีทองเป็นสีเขียว

แถบฟอยล์สีเงิน
ผนึกอยู่บนด้านหน้าเบื้องซ้ายของธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐ บาท ๕๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท จะมองเห็นเป็นหลายมิติแตกต่างกันตามชนิดราคา และจะเปลี่ยนสีสะท้อนแสงวาววับ เมื่อพลิกเอียงธนบัตรไปมา

ตัวเลขแฝง
ซ่อนอยู่ในลายประดิษฐ์มุมล่างซ้ายของธนบัตรทุกชนิดราคา เมื่อยกธนบัตรเอียงเข้าหาแสงสว่างและมองผ่านจากมุมล่างซ้ายเข้าหากึ่งกลางธนบัตรในมุมที่เหมาะสม จะเห็นตัวเลขอารบิกแจ้งชนิดราคาธนบัตรฉบับนั้น

นอกจากวิธีสัมผัส ยกส่อง และพลิกเอียงแล้ว ธนบัตรรัฐบาลยังมีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงที่สังเกตได้เพิ่มขึ้น หากนำอุปกรณ์มาช่วยในการตรวจสอบ ดังนี้

หลอดไฟแบล็กไลท์
เมื่อนำธนบัตรรัฐบาลส่องภายใต้รังสีเหนือม่วง (Ultraviolet Light) หรือหลอดไฟแบล็กไลท์จะปรากฎ
ราคา

แว่นขยาย
ลวดลายของธนบัตรประกอบด้วยลายเส้นที่มีลักษณะคมชัด สวยงาม และมีความละเอียดซับซ้อนสูง โดยลวดลายบางส่วนได้ออกแบบให้มีตัวเลขหรือตัวอักษรขนาดจิ๋วซ่อนไว้อย่างกลมกลืน เพื่อทำให้ยากต่อการปลอมแปลง ซึ่งจะมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อใช้แว่นขยาย



ตัวเลขขนาดจิ๋วที่มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อใช้แว่นขยาย
ที่มา :

ธนาคารแห่งประเทศไทย
Tuesday, 2 December 2008
ชำแหละวิกฤตชาติปี 51!
ระเบิดลูกใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องจัดการ
โดย นิพนธ์ พัวพงศกร
ชำแหละปมปัญหาใหญ่ที่รุมเร้าประเทศชาติ และกำลังจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ท้าทายอำนาจรัฐบาลชุดใหม่ ทีดีอาร์ไอ ระบุ 8 ประเด็นเศรษฐกิจที่ต้องเร่งจัดการ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและกระตุ้นจีดีพีโต 7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นักวิชาการ มธ.ชี้ชัดการเมืองต้องรีบ ปลดล็อค "คำสั่ง-กฎหมาย" ชุดสนช.และอย่าหักหาญนิรโทษกรรม 111 คน ด้านจุฬา จี้สางปัญหาสังคมจริงจัง ถูกละเลยมาทุกยุค ยุฟื้น "ครม.สังคม" (ผู้จัดการรายสัปดาห์ 31 ธันวาคม 2550)
โฉมหน้ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 นั้น น่าจะเกิดความชัดเจนได้ภายในเดือนม.ค.2551 เพราะหากปล่อยให้ระยะเวลาแห่งการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองยืดเยื้อยาวนานออกไปมากเท่าใด ย่อมไม่เป็นการดีต่อประเทศชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตรอบด้านมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม
การได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน จนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จหรือไม่ในครั้งนี้นั้น หรือไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลโดยพรรคการเมืองใดก็ตาม ล้วนแต่มีปัญหาใหญ่ที่รอการสะสางอยู่อย่างเร่งด่วน "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ฉบับนี้ได้นำเสนอปัญหาสำคัญที่รอต้อนรับรัฐบาลใหม่ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านอย่างครบถ้วน .ด้านเศรษฐกิจ โดย รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร
8 ประเด็นเศรษฐกิจที่ต้องเร่งจัดการ
วิกฤตใหญ่ที่ทุกเสียงคงจะเห็นพ้องต้องกันคงจะหนีไม่พ้นเรื่องปากท้องของคนในชาติ นั่นคือเศรษฐกิจไทยที่จมดิ่ง จีดีพีที่ถดถอยทำให้เราต้องมาตั้งโจทย์ปลดล็อกปัญหาดังกล่าว เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งภายใน-นอกให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ต้องพะวงหลังอีกต่อไป

รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และในฐานะที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขในระยะสั้นได้แก่
- ภาครัฐต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของคนภายในประเทศ โดยที่ผ่านมาจะเห็นว่าคนไม่กล้าจับจ่ายซื้อของเพราะไม่มั่นใจในปัญหาเศรษฐกิจของประเทศมีเงินในมือแต่ไม่กล้าซื้อของ ไม่กล้าบริโภคทำให้ภาวะเศรษฐกิจไทยถอดถอยลงไป เมื่อกำลังซื้อไม่มีภาคการผลิตก็ลดลงตามไปด้วย หากรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้เป็นอันดับแรกจะทำให้วงจรนี้ขับเคลื่อนเป็นระบบทำให้ทำให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- การลงทุนทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ
ในปีที่ผ่านมาการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนแค่ 30% กว่าๆถือว่าสัดส่วนการลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่สัดส่วนที่พอจะไปได้ต้องมากกว่า 40% ต่อ GDP ของประเทศ ซึ่ง เศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และต่ำกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกทำให้คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงซึ่งจะกระทบไปถึงปี 2551 ได้ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องลงทุนอย่างฉลาด ลงทุนโดยการใช้สมอง เพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศให้สอดคล้องกับการพัฒนาของประเทศ"เชื่อว่าหากรัฐบาลวางแผนการลงทุนในระยะยาวเราอาจจะเห็นตัวเลข GDP ของประเทศโตที่ 6-7 % ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าก็ได้ "
- การทบทวนและแก้ไขกฎหมาย ที่ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน คือ มาตรการควบคุมเงินทุนจากต่างประเทศ (มาตรการกันสำรอง 30%) รัฐบาลที่เข้ามาต้องส่งสัญญาณให้นักลงทุนเข้าใจว่าทันทีชัดเจนว่าจะคงไว้หรือไม่หรือค่อยๆผ่อนคลายมาตรการจนไม่มีผลทางปฏิบัติไปเอง
รวมทั้งเรื่องพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าวในส่วนของการลดจำนวนธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างชาติและปรับนิยามบริษัทต่างชาติให้ชัดเจน รวมถึงการจำกัดการขยายธุรกิจห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (พ.ร.บ.การค้าปลีก) ต้องมีเหตุผลด้านผลกระทบที่ชัดเจนตรงนี้จะทำให้นักลงทุนภายในสบายใจและนักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจมากขึ้น - การบริหารจัดการความขัดแย้ง ที่ทำลายความ เชื่อมั่นในการลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีแนวทางการบริหารจัดการเมื่อเกิดความขัดแย้ง เช่น กรณีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน การขยายสาขาของห้างค้าปลีก โดยต้องอาศัยความกล้าในการตัดสินใจเพื่อแก้ไขปัญหา ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
โดยรัฐบาลใหม่ต้องบอกอย่างชัดเจนว่าจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่ซึ่งทุกอย่างต้องมาคุยบนโต๊ะถึงปัญหาข้อดี-ข้อเสียเชิญเอ็นจีโอมาคุยถึงแนวทางจริงๆว่าต่อไปจะทำอย่างไรในอนาคต"อย่าไปดำเนินการแบบทุกรัฐบาลที่ผ่านมาที่เร่งดำเนินการสร้างไป แต่ฟากเอ็นจีโอก็คัดค้านประเภท มึงสร้างกูเผา ทุกอย่างที่มีกระทบถึงสาธารณะต้องมาคุยกันบนโต๊ะและจบกันบนโต๊ะทำให้ทุกอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน"
- สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานในภาวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะไม่ลดลงไปมากกว่ากว่านี้ รัฐบาลที่เข้ามาต้องมีโนบายที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพลังงานจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอนาคต โดยสนับสนุนส่งเสริมพลังงานทดแทน หรือ พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องรีบตัดสินใจโดยเร็ว
- เร่งกระจายรายได้สู่คนจน ทุกพรรคการเมืองที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึงแต่หากเปรียบเทียบกับประเทศเอเชียด้วยกันประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่กระจายรายได้ได้แย่ที่สุดพอๆกับประเทศแถบลาตินอเมริกาเพราะความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยห่างกันมากขึ้นทุกวัน ซึ่งตรงนี้ภาครัฐต้องรีบเข้ามาแก้ไขโดยเร็วเพราะฐานะคนต่างจังหวัดและคนกรุงเทพฯเทียบกันไม่ได้แล้ว โดยวิธีการแก้ไขอาจจะเก็บภาษีที่ดิน หรือการกระจายรายได้เพื่อลดช่องว่างคนจน-คนรวยให้แคบลง
- เพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs ปัญหาสำคัญต่อมาคือหนี้เน่าหรือหนี้เสียของผู้ประกอบการ SMEs ตอนนี้ผู้ประกอบการ SMEs มีหนี้จำนวนมากทำให้ไม่สามารถขอกู้จากสถาบันการเงินได้ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือโดยทำบัญชีให้ลูกหนี้สามารถกู้เงินได้เพิ่มขึ้นทำให้ SMEs เหล่านั้นมีสภาพคล่องและสามารถขยายกิจการหรือฟื้นฟูกิจการได้
- สนับสนุนภาคเอกชนเพิ่มผลิตในประเทศ การส่งออกนั้นที่ผ่านมาแม้ตัวเลขการส่งออกจะอยู่ในระดับสูงแต่ก็เกิดจากการนำเข้ามาแล้วส่งออกไปทำให้ผลประโยชน์ตกแก่ประเทศน้อยลง หากเป็นไปได้รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาต้องสนับสนุนให้ภาคเอกชนสร้างภาคการผลิตภายในประเทศให้มากขึ้นลดการนำเข้าลงจะทำให้มีแรงงานเข้าสู่ระบบมากขึ้น และเกิดการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพรวมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันไปในตัว
ขอขอบคุณ หนังสือ "ผู้จัดการรายสัปดาห์ 31 ธันวาคม 2550"


รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร
ประวัติ รองศาสตราจารย์ ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร
NIPON POAPONGSAKORN (OSK80: 13902/ 2504-2510)
President of Thailand Development Reserch Institue Foudation (TDRI)
วัน เดือน ปีเกิด 31 มกราคม 2491
สถานที่เกิด กรุงเทพมหานคร
ที่อยู่ 40 ซอยกัลปพฤกษ์ 6 แยก 2 ถนนกัลปพฤกษ์ บางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160
การศึกษา
- 2513 ปริญญาตรี (เกียรตินิยมดี) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- 2516 ปริญญาโท (เศรษฐศาสตร์) Middle Tennesse State University
- 2522 ปริญญาเอก (เศรษฐศาสตร์) University of Hawaii
ทุนและรางวัล
- ทุนนักเรียนที่สอบได้หนึ่งใน 50 คนแรกของประเทศไทย อันดับที่ 33
สวนกุหลาบวิทยาลัย 2510 - ทุน SEATO สำหรับนักศึกษาเรียนดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2511
- รางวัลชนะเลิศการประกวดบทความสำหรับนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ 2512
- ทุน USAID ศึกษาต่อปริญญาโททางเศรษฐศาสตร์
ณ สหรัฐอเมริกา 2514–2516 - ทุน East West Center สำหรับศึกษาต่อปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์
ณ มหาวิทยาลัยฮาวาย 2518-2522
ตำแหน่งปัจจุบัน
- ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ตำแหน่งในอดีต
- : คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เม.ย.2549– ก.ย.2551
รองศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2546-ปัจจุบัน - : ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) 2541–2549
- : รองประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) 2539-2540
- : ผู้อำนวยการ ฝ่ายการวิจัยแผนงานเศรษฐกิจรายสาขา
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) 2536–2538 - : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2533-2546
- : อาจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2513-2533
งานอื่นๆ
- : อาจารย์พิเศษโครงการปริญญาโท โครงการบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหาร
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2527
รุ่นที่ 1 - รุ่นปัจจุบัน (รุ่นที่ 24) - : นักวิจัย สถาบันประชากร อิสท์เวสท์เซ็นเตอร์ 2526 และ 2531–32
- : งานที่ปรึกษา ธนาคารโลก และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย
ในเรื่องสินเชื่อเกษตร การฝึกอบรมแรงงาน นโยบายการตลาด
และราคาสินค้าเกษตร
กรรมการและที่ปรึกษา
- : คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2541-2544
- : คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม พ.ศ.2541-2546
- : คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (ชุดแรก) กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2542-2544
- : คณะกรรมการธนาคารออมสิน พ.ศ.2542-2546
- : คณะกรรมการวินิจฉัยเรื่องข้อมูลข่าวสารด้านเศรษฐกิจ และการคลังของประเทศ
พ.ศ.2542–ปัจจุบัน - : คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ.2544-2548
- : คณะกรรมการ สถาบันยุทธศาสตร์การค้า หอการค้าไทย พ.ศ.2545-ปัจจุบัน
- : คณะกรรมการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.2549–2551
- : คณะทำงานศึกษาวิเคราะห์ พิจารณารูปแบบ วิธีการในการกำกับดูแล
และส่งเสริมธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง พ.ศ.2549–ปัจจุบัน - : คณะอนุกรรมการจำหน่ายข้าวของภาครัฐในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
แห่งประเทศไทย พ.ศ.2549–ปัจจุบัน - : คณะอนุกรรมการไต่ส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
พ.ศ.2549-ปัจจุบัน - : คณะกรรมการ TMB 2551–ปัจจุบัน
ติดต่อ
รองศาสตราจารย์ ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร
ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
565 ซอยรามคำแหง 39 ถนนรามคำแหง
วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2718-5460 ต่อ แฟกซ์ 0-2718-5461-2
e-mail : nipon@tdri.or.th
www.nipon-poa.com
ประชาสัมพันธ์หนังสือครบรอบ 60 ปี
อาจารย์นิพนธ์ พัวพงศกร
ในวาระที่ รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร มีอายุครบ 60 ในปี 2551 นี้ ดิฉันและเพื่อนร่วมงาน ในฝ่ายแผนงานเศรษฐกิจรายสาขา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยในฐานะลูกศิษย์ ของอาจารย์ได้จัดทำหนังสือที่ระลึกครบรอบ 60 ปี
รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร การจัดทำหนังสือ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมบทความและงานวิจัย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน อันเป็นผลงานแห่ง ความภาคภูมิใจของอาจารย์นิพนธ์เพื่อเผยแพร่ไปยังสถาบันการศึกษาผ่านห้องสมุดของ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ตลอดจนศิษย์เก่า และบุคคลทั่วไป
ขณะนี้หนังสือดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะผู้จัดทำจึงใคร่ขอประชาสัมพันธ์หนังสือ ที่ระลึกครบรอบ 60ปี อาจารย์นิพนธ์ พัวพงศกร ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ชื่อหนังสือ "60 ปี นิพนธ์ พัวพงศกร"
ขนาด 7x10 นิ้ว จำนวน 371 หน้า ราคา 350 บาท
เนื้อหาของหนังสือประกอบด้วย บทนำ ซึ่งคณะผู้จัดทำได้รับเกียรติเขียนคำนิยมจาก อาจารย์อัมมาร สยามวาลา ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง หลังจากบทนำ เป็นบทความที่อาจารย์นิพนธ์ คัดเลือกมาให้จำนวน 10 เรื่อง แบ่งออกเป็น 3 ภาคดังนี้
- ภาคที่ 1 สินเชื่อชนบทและนโยบายการเกษตร ประกอบด้วยบทความ 3 เรื่อง บทความ แรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับตลาดการค้าปศุสัตว์ของไทยที่ให้รายละเอียดตั้งแต่โครงสร้าง การผลิต การตลาด การส่งออก เรื่องที่สอง เป็นงานวิจัยด้านตลาดสินเชื่อนอกระบบในประเทศไทย ซึ่งบรรยายให้เห็น โครงสร้างตลาด สัญญาเงินกู้ พฤติกรรมและอัตราดอกเบี้ยในตลาดสินเชื่อนอกระบบ บทความเรื่องที่สาม กล่าวถึงผลิตภาพการผลิตในภาคเกษตรของไทยในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
- ภาคที่ 2 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับตลาดแรงงาน ประกอบด้วยบทความ 4 บทความคือ เรื่องแรก เกี่ยวกับแรงงานไทยในต่างประเทศ : สาเหตุ ผลกระทบ ปัญหา และนโยบาย เรื่องที่สองเกี่ยวกับ On-The-Job Training ในภาคอุตสาหกรรมของไทย เรื่องที่สาม Technical Change, Workers' Endowment and Returns and Investments in Firm-level Training Evidence from Thailand เรื่องที่สี่ Transformations in the Thai Rural Labor Market
- ภาคที่ 3 นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมและภาคบริการ ประกอบด้วยบทความ 3 บทความคือ เรื่องที่หนึ่ง "ทำไมจึงเกิดมอเตอร์ไซด์รับจ้างในกรุงเทพฯ" เรื่องที่สองเกี่ยวกับการสร้างระเบียบกติกาด้าน กฎหมายแข่งขันทางการค้าในประเทศไทย เรื่องสุดท้าย เป็นนโยบายภาษีสุราเพื่อลดผลกระทบทางสังคม
เนื่องจากหนังสือเล่มนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ไปยังห้องสมุดและกลุ่มกัลยาณมิตรในแวดวงวิชาการ ตลอดจนลูกศิษย์ที่รักและเคารพอาจารย์นิพนธ์ จึงไม่มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป ดังนั้น หากท่านประสงค์จะสั่งซื้อหนังสือดังกล่าวโปรดดูรายละเอียดการสั่งซื้อในเวปไซต์ www.nipon-poa.com หรือติดต่อ คุณศิราภรณ์ 02-7185460 ต่อ 308
อนึ่ง เนื่องจากผลงานวิจัยของอาจารย์นิพนธ์ตลอด 3 ทศวรรษของการมีวิชาชีพเป็น "ครู"และ “นักวิจัย” มีจำนวนมาก ในขั้นแรกของการจัดทำหนังสือดังกล่าว คณะผู้จัดทำได้ขอให้ อาจารย์ช่วยคัดเลือกผลงานที่อาจารย์อยากให้ตีพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกนี้ ปรากฎว่า อาจารย์กรุณาคัดเลือกบทความมาให้รวมทั้งสิ้น 31 เรื่อง หากจัดตีพิมพ์เป็นหนังสือคงมี จำนวนมากกว่า 1,500 หน้า ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณ คณะผู้จัดทำจึงจำเป็นต้องรบกวน ให้อาจารย์ปรับลดจำนวนบทความลง จึงเป็นที่มาของบทความจำนวน 10 บทความที่ตีพิมพ์ ในหนังสือที่ระลึก "60 ปี นิพนธ์ พัวพงศกร" ส่วนบทความอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ได้นำมา ตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้นั้น คณะผู้จัดทำได้ดำเนินการจัดทำเวปไซด์
www.nipon-poa.com ให้อาจารย์ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยจะทะยอยนำบทความและงานวิจัยที่ได้รับ อนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ลงในเวปไซด์เพื่อให้เข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นไป
ขอแสดงความนับถือ
นางสาวสุวรรณา ตุลยวศินพงศ์
บรรณาธิการหนังสือที่ระลึกครบรอบ "60ปี นิพนธ์ พัวพงศกร"
Labels: Economics, ทีดีอาร์ไอ, นิพนธ์, พัวพงศกร, เศรษฐกิจ, เศรษฐศาสตร์





