Suankularb 84

www.suan84.com

Tuesday, 14 April 2009

สงกรานต์ 2552




Thai soldiers push back Red Shirt protesters who set fire to three buses used to block roads near the Democracy Monument in the Banglamphu district of Bangkok at 5:00 pm local time on Monday, 13 April 2009.




Story Highlights

  • • Thailand's recent woes date back to 2006 coup that ousted Thaksin
  • • They support former Prime Minister Thaksin Shinawatra
  • • Protesting since December to oust Prime Minister Abhisit Vejjajiva
  • • Red-shirted protesters with United Front for Democracy Against Dictatorship
  • • Protesters are loyal to ex-PM Thaksin Shinawatra, who was ousted in a 2006 coup
  • • Anti-government protesters have issued a Thursday deadline for PM to resign
  • • If ultimatum isn't accepted by 4 p.m., efforts to destabilize government will intensify
  • • Prime Minister Abhisit Vejjajiva said he cannot comply with the demands
  • • Protesters storm the country's interior ministry and attack PM's car
  • • Former PM Thaksin says he is willing to return to his country
  • • Leader asked them to suspend rallies until after Thai New Year celebrations
  • • PM declares state of emergency in Bangkok and surrounding area
  • • Two people die during a clash between the protesters and city residents
  • • Thousands of protesters outside government HQ in Bangkok disperse


The story

At least 113 people, including more than two dozen soldiers, have been injured as violence in the streets of Thailand's capital continues to intensify, emergency personnel said Tuesday.

Two people died Monday during a fight between anti-government protesters and Bangkok residents, Prime Minister Abhisit Vejjajiva said in a televised address.

Earlier, former Prime Minister Thaksin Shinawatra, whose supporters have engaged in escalating clashes with Thai police, reiterated Monday that he is willing to return to his country but would not say when.













ซีเอ็นเอ็นสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เมื่อเวลา 18.10 น. เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นออกอากาศไปทั่วโลก โดยเป็นการให้สัมภาษณ์จากสถานที่ไม่เปิดเผยว่า ระบุว่า คนไทยที่ออกมาประท้วงครั้งนี้ เพราะต้องการเห็นประชาธิปไตยแท้จริงเกิดขึ้นในประเทศ ที่ผ่านมา ประชาธิปไตยเป็นของคนกลุ่มน้อยจำนวนหนึ่ง ผู้ชุมนุมมามือเปล่า เพื่อต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติ แต่ตนก็ไม่เข้าใจทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ใช้วิธีการปราบปราบที่รุนแรง โหดเหี้ยม

ผู้สื่อข่าวถามซีเอ็นเอ็นถามว่า มันยากจะเข้าใจว่า ประชาธิปไตยสำหรับประเทศไทย ในความหมายของคุณคืออะไร เมื่อรัฐบาลก่อนๆ เคยถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด กรณีซื้อเสียง จะมีประชาธิปไตยจากเรื่องนี้ได้อย่างไร ขณะนี้ยังคงมีความสับสนว่าคนไทยต้องการอะไรกันแน่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า ในไทย องค์กรอิสระหลายแห่งถูกแทรกแซงด้วยคนบางกลุ่ม สถาบันเหล่านั้นไม่ได้มีความรับผิดชอบโดยตรงต่อประชาชน พวกเขาสามารถปลดนักการเมือง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน มีการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐานเกิดขึ้น คนไทยเห็นการปฏิบัติสองมาตรฐานเช่นนี้มาไม่น้อยกว่า 3 ปี การปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรงครั้งนี้ เป็นตัวอย่างชัดเจนยิ่ง ในเรื่องสองมาตรฐาน นั่นคือเหตุผลทำไมประชาชนถึงพยายามจะออกมา

เมื่อถามว่า จะกลับประเทศไทยเมื่อไร พร้อมจะมาเผชิญกับการถูกจำคุกหรือไม่ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ผมพร้อมจะไปเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่ขณะนี้ต้องการเห็นการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยสันติ อันที่จริง ผู้ชุมนุมมามือเปล่าอย่างสันติ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรมที่แท้จริง แต่พวกเขากลับถูกตอบโต้ด้วยวิธีไม่เป็นประชาธิปไตย รวมถึงใช้การปราบปรามที่รุนแรง หากพวกคุณดูสิ่งทีเกิดขึ้นที่พัทยา สิ่งที่เกิดขึ้นหน้ากระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 12 เมษายน และเหตุเกิดในเช้าวันนี้ สื่อมวลชนก็ถูกแทรกแซงโดยสมบูรณ์ พวกเขาไม่สามารถพูดเรื่องจริงได้ แม้แต่โฆษกของกองทัพ (พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด) ก็โกหกประชาชน ที่บอกว่าไม่ได้ใช้กระสุนจริงและยิงปืนขึ้นฟ้า ทั้งที่ความจริงแล้ว พวกเขายิงปืนในแนวราบ ทั้งที่จริงแล้วยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม จนมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวตามโรงพยาบาลจำนวนมาก เท่าที่ทราบอย่างน้อย 60 คน"

ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า ประชาธิปไตยที่คุณว่า ยังหมายถึงการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งคุณถูกกล่าหาเรื่องคอรัปชั่น คนไทยจะไว้ใจคุณได้อย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบทันทีว่า ไม่ ตนถูกโค่นล้มด้วยการปฏิวัติ รัฐประหาร พวกเขาตั้งคณะกรรมการ ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตนในทางการเมือง และกระบวนการที่เขาดำเนินการไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่า ระบบทั้งหมดไม่เป็นไปตามประชาธิปไตย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไม ประชาชนจึงออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ประชาธิปไตยอยู่ภายใต้การควบคุมของคนบางกลุ่ม กองทัพ หรือประธานองคมนตรีที่เข้ามาแทรกแซงทุกอย่าง แม้แต่ในยุคที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม เขามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร หรือแม้แต่ในศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นการแทรกแซงที่เกิดขึ้นจริง

เมื่อถามว่า วางแผนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนต้องการขอร้องให้ทุกฝ่ายให้หันหน้าเข้าหากันโดยสันติวิธี ไม่ใช่ใช้กำลังทหาร เพราะสงครามไม่สามารถยุติได้ด้วยสงคราม เช่นเดียวกับความรุนแรงก็ไม่อาจยุติได้ด้วยความรุนแรง นั่นคือหนทางที่เกิดขึ้น พวกเขาพยายามจะโกหกคนทั้งโลก และโกหกคนไทย แต่ในประเทศไทยมีคำกล่าวที่ว่า ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด พวกเขาพยายามปกปิดทุกอย่าง ทั้งที่กองทัพยิงใส่ประชาชน ยิงทะลุหัวใจของคน และศพถูกนำขึ้นรถทหารหลบออกไป พวกเขาพยายามปกปิดทุกอย่าง ตนต้องการให้ทุกคนหันกลับมาร่วมมือกันและใช้สันติวิธี







ซีเอ็นเอ็น สัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์โผ่านซีเอ็นเอ็น ในช่วงเวลา 19.00 น.วันเดียวกันตอบโต้ พ.ต.ท.ทักษิณที่กล่าวหาว่า เป็นรัฐบาลไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้ กระบวนการในการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาก็เป็นหนทางเดียวกับที่รัฐบาลที่แล้วทั้ง 2 รัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณก้าวขึ้นมาบริหารประเทศ และเขาก็ไม่เคยกล่าวหาว่ากระบวนการเหล่านั้นไม่เป็นไปตามประชาธิปไตยเลย ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตามหลักกฎหมาย และตามกระบวนการรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย ผมขอย้ำว่าไม่มีใครปฏิเสธถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปทางการเมือง แต่เราไม่สามารถดำเนินการให้ลุล่วงได้ด้วยการใช้ความรุนแรงหรือการจลาจล หรือการไม่เคารพต่อหลักกฎหมาย และแน่นอนว่า เขาไม่ได้กล่าวหากระบวนการเหล่านั้นไม่เป็นประชาธิปไตย ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตามหลักกฎหมาย และตามกระบวนการรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย ตนขอย้ำว่า ไม่มีใครปฏิเสธถึงความจำเป็นที่ต้องปฏิรูปทางการเมือง แต่เราไม่สามารถดำเนินการให้ลุล่วงไปได้โดยการใช้ความรุนแรง หรือการไม่เคาพรกฎหมาย แน่นอนว่าคุณไม่สามารถทำได้ด้วยการข่มขู่ฝ่ายตรงกันข้าม

ผู้สื่อข่าวถามว่า แน่ใจว่าจะสามารถทำให้คนไทยหันมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการสนับสนุนอย่างมากในไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนในต่างจังหวัด แน่ใจหรือไม่ว่ามีความสามารถจะดำเนินการนั้นได้ การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากตนเข้ารับตำแหน่ง และได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งซ่อม โดยได้รับเลือกเข้ามา 21 ที่นั่งจาก 27 ที่นั่ง ทั้งหมดเป็นชัยชนะที่ประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะ

เมื่อถามว่า นั่นเป็นเพราะเหตุผล ผลการเลือกตั้งสูสี จึงต้องพรรคร่วมรัฐบาลที่หันมาจับมือกับประชาธิปัตย์ จากที่เคยร่วมกับพรรคพลังประชาชน ในส่วนของคุณมีอิทธิพลเพียงพอ จะจูงใจคนในรัฐบาลอย่างไร นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ในการเลือกตั้งก่อนหน้านั้น การนับคะแนนนิยมในการเลือกพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ไเพียงแค่แสนกว่าคะแนน และเรามาไกลที่จะยืนยันได้ว่า เราเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย เป็นรัฐบาลที่เคารพสิทธิมนุษยชน ไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม มีความรับผิดชอบไม่แทรกแซงสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นถามว่า จะสื่อสารให้คนไทยเข้าใจได้อย่างไร เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณรับฟังเสียงชาวบ้าน จนทำให้คนในชนบทรู้สึกว่า ถูกรัฐบาลปัจจุบันทอดทิ้ง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง เราวางนโยบายซึ่งให้ความสำคัญกับคนยากจนในชนบทและผู้ที่ไร้โอกาสในสังคม หนึ่งในงบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดของรัฐบาลคือการอุดหนุนและพยุงราคาสินค้าเกษตร กำหนดนโยบายเรียนฟรี 15 ปีและจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นโยบายเหล่านี้ล้วนแต่มุ่งให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและคนยากจนในสังคม แต่เราจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายเหล่านี้ได้ทั้งหมด และทำให้ประชาชนเห็นว่าไม่ได้มีเพียงรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งที่จะทำสิ่งนี้ให้พวกเขา แต่รัฐบาลจากการเลือกตั้งทุกรัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้ นโยบายใดๆที่เกิดขึ้นในช่วงของอดีตรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราก็ยังคงทำอยู่ต่อไป

เมื่อถามอีกว่า คิดคว่าความวุ่นวายเช่นนี้จะดำเนินไปถึงเมื่อไร และคุณจะได้ด้รับความสนับสนุนจากกองทัพอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า "สิ่งที่ผมจะทำคือการนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่ประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราคิดว่า ภายในเย็นวันนี้เราจะสามารถควบคุมสถานการณ์ส่วนใหญ่ไว้ได้ เพื่อจะได้เน้นความสำคัญไปที่การชุมนุมประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลที่ยังดำเนินอยู่ และเราพยายามจะขอให้พวกเขาสลายการชุมนุมไป ขอให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับความยุติธรรม"












บีบีซีสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์บีบีซี ประเทศอังกฤษ หลังจากซีเอ็นเอ็นพูดคุย ซักถามไปก่อนหน้าแล้ว

โดยผู้สื่อข่าวบีบีซีถามว่า เป็นผู้สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังให้เกิดเหตุวุ่นวายในประเทศไทย จากการวีดิโอลิ้งก์เรียกร้องให้ฝูงชนเข้าควบคุมสถานที่ต่างๆ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ เขาเพียงต้องออกมาสนับสนุนการกระทำของผู้ชุมนุม แต่ไม่เคยยุยงให้เกิดความรุนแรง แค่อยากให้กลุ่มเสื้อแดงต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง จากการที่ประเทศไทยผ่านเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารมาถึง 17 ครั้ง โดย 10 ครั้งสามารถทำได้สำเร็จ แต่ก็ต้องหลั่งเลือดเสียเนื้อมากมาย ขณะที่มีการเลือกตั้งเพียง 22 ครั้ง ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา อาจสรุปได้ว่าช่วงที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศ มีคนจนที่รู้สึกว่า ได้รับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จากที่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือมาเลย

เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกตั้ง และเป็นรัฐบาลมาอย่างถูกต้อง การประท้วงของผู้ชุมนุมเท่ากับบีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีลงจากตำแหน่งด้วยวิธีเรียกร้องผ่านท้องถนน ซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตย อดีตนายกรัฐมนตรี ตอบคำว่า ไม่ ไม่ ไม่ กลุ่มผู้ชุมนุมเพียงประท้วง หากมองเส้นทางขึ้นสู่อำนาจของรัฐบาลชุดนี้ พวกเขาตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ได้รับการสนับสนุนจากประธานองคมนตรี และผู้บัญชาการทหารบก และพยายามยุบพรรคการเมือง ถ้าบีบีซีมองวิธีการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญไทย การที่ศาลเปิดให้ปากคำในตอนเช้า แล้วตัดสินในช่วงบ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก เพราะเขามีแผนจะยุบพรรคการเมืองที่มาจากประชาชน เป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่มาจากผู้คนจำนวนมากเลือกเข้าม ต่อมายังขโมย ส.ส.ยุยุงให้ไปเข้ากับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรก นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกลุ่มเสื้อแดงถึงไม่พอใจ

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เช่นนั้นคุณต้องการกลับมาเป็นผู้นำของไทยอีกครั้ง นี่คือเป้าหมายเบื้องหลังในการเกิดเหตุการณ์ทั้งหมดใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า ไม่ ไม่ ไม่ใช่เบื้องหลัง แต่คุณรู้หรือไม่ ถ้าตนจะกลับก็เพื่อประโยชน์ของชาติ ขณะนี้ตนอยู่นอกประเทศก็มีความสุขมาก โดยไม่ได้สนใจว่าจะได้กลับเมืองไทยหรือไม่ แค่กังวลถึงคนยากจนในประเทศ ห่วงคนชนชั้นกลางว่าต้องการโอกาส ที่จะได้รับประชาธิปไตยแท้จริง ในขณะที่องค์กรอิสระก็ไม่ได้มีอิสระแท้จริง เนื่องจากเป็นองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นโดยกลุ่มบุคคลทำรัฐประหาร

เมื่อถามว่า แล้วสาเหตุที่คุณถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดในคดีคอรัปชั่น คิดว่าจะกลับประเทศเพื่อพิสูจน์ตนเองในเรื่องนี้หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ อึ้งไปอีกก่อนกล่าวว่า แน่นอน ตนสามารถเคลียร์คดีที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากไม่ได้กระทำผิด หากคุณย้อนกลับไปดูอดีต จะเห็นคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง (คตส.)ขึ้นมาทำคดี ล้วนแต่เป็นบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตนทั้งนั้น









Eventhough, in Thailand had encountered the violent situation and now everything seem to be back to normal situation.We still has the cute pictures to share about the soldiers have a water fight with Thai people.

Thank you so much for being strong to our nation and Thai people.



----------------------------------------------
From The Times



Richard Lloyd Parry: Analysis
April 14, 2009


Abhisit Vejjajiva won the media battle but the hardest job is yet to come

On Saturday he was made to look like a clown in front of Asia’s most powerful leaders. By Sunday it was hard to believe that he would be around for more than a few days. Yet despite this, yesterday the Thai Government of Abhisit Vejjajiva appeared to be slowing his country’s slither into anarchy.

Whether this is a temporary lull before more violence will become clear in the next few days. It is a sign of how far Thailand has fallen that news which in normal times would be disastrous, starts to sound quite positive. If early reports are correct and only two people died in Bangkok yesterday, reportedly in fights between locals and protesters, then Thais have got off lightly. When nervous soldiers with automatic weapons meet furious protesters with petrol bombs, tragedies can unfold in seconds. But the Thai troops seem to have followed orders to employ restraint, and disperse crowds rather than attack them — and to fire their live bullets well up into the air. Mr Abhisit won the media battle yesterday — in their respective television interviews with the BBC and CNN, he seemed reasonable, patient and articulate while Thaksin Shinawatra, his exiled antagonist, was shrill and unconvincing.

The hardest job is still to come. About 4,000 protesters have fallen back to the streets in front of Government House. There are women and elderly people there, and children. To clear such a crowd without bloodshed would be difficult anyway — and the suspicion lingers that some of the Red Shirts are courting a violent response. A few unambiguous martyrs, genuinely innocent victims, would galvanise the movement at a moment when it may be in danger of losing momentum. This is what Mr Abhisit must avoid at all costs.


Times Online
http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article6087899.ece





ทักษิณหลุด วินาทีที่ 40 ต่อคิวรับ 500 บาท
ลูกน้องข้างๆทัก เลยเปลี่ยนเรื่องพูด
(โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ)









3 Comments:

  • At 15 April, 2009 15:22 , Anonymous Neo said...

    อันนี้เขาคงพูดถึง
    เข้าแถวรอรับ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (60 ปี)
    เดือนละ 500 บาท
    (ความเห็นส่วนตัว)

     
  • At 15 April, 2009 15:48 , Anonymous นายทองสุข said...

    เอเจนซี - รอยเตอร์ จัดทำบทวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์จลาจลในกรุงเทพฯ ชี้ความโกลาหลที่เกิดจาก "เสื้อแดง" ผู้สนับสนุน "ทักษิณ" ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเป็นความพยายามสุดท้ายและจนตรอกของมหาเศรษฐีผู้หลบหนีในการกลับคืนสู่อำนาจ

    ในการโฟนอินและวิดีโอลิงค์ที่ไม่ระบุสถานที่หลบหนี อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ชักชวนผู้สนับสนุนของเขาซึ่งปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลลุกขึ้นสู้และขับไล่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่าพวกเขาขานรับคำปลุกเร้าดังกล่าวด้วยการบุกเข้าไปยังสถานที่จัดประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และต่อสู้กับทหารหลังพวกเขาปิดกั้นถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯเมื่อวันจันทร์(13)

    เป้าหมายของผู้ชุมนุม ชัดเจนว่าต้องการยั่วยุให้ปราบปรามนองเลือดเพื่อกระพือความเห็นของคนส่วนใหญ่ของผู้ฝักใฝ่ทักษิณผู้ที่ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกตั้ง 2 สมัยให้ลุกโชนขึ้น

    อย่างไรก็ตามรอยเตอร์ระบุว่าถ้านั่นเป็นการเดิมพันของทักษิณ ก็นับเป็นการเลือกแทงที่มีโอกาสถูกน้อยมาก

    ผู้จงรักภักดีของทักษิณ ทยอยออกจากทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันอังคาร(14) ยุติการปิดล้อมที่ยาวนาน 3 สัปดาห์ โดยรอยเตอร์ระบุว่าแม้ทักษิณ มีคนยากจนหลายล้านคนที่บูชาเขา -- แต่สตาร์วัย 59 ปีรายนี้ท้ายที่สุดแล้วจะหล่นสู่ความตกต่ำ

    รอยเตอร์ระบุว่าประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการประท้วงที่ประสบความสำเร็จในไทยนั้นต้องได้รับการหนุนหลังจากคนชั้นกลางและบ่อยครั้งได้รับสนับสนุนจากทหาร ซึ่งตรงนี้ อภิสิทธิ์ มีและยิ่งกว่านั้นเขายังพยายามหลีกเลี่ยงการนองเลือดที่เกิดจากความเคลื่อนไหวของ"เสื้อแดง"

    แทนที่จะใช้มาตรการรุนแรงแต่ อภิสิทธิ์ เลือกใช้วิธีอ่อนโยนแม้พวกเขาได้บุกเข้าไปยังสถานที่ประชุมอาเซียนซัมมิท จนทำให้ผู้นำประเทศต่างๆถูกอพยพด้วยเฮลิคอปเตอร์

    แม้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 113 รายในการปะทะกันระหว่างทหารและผู้ประท้วงเมื่อวันจันทร์(20) ทว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 2 คนและยังเกิดจากเหตุปะทะระหว่างโจรเสื้อแดงและพลเมืองที่โกรธเคืองในชุมชนแห่งหนึ่งในกลางกรุงเทพฯ

    ทักษิณ ย้ำหลายครั้งว่าเขาพร้อมกลับประเทศ "ในเวลาที่เหมาะสม" และอ้างกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันจันทร์(13) ว่าเขาไม่ได้ให้เงินอุดหนุนเสื้อแดงและเพียงให้กำลังใจเท่านั้น

    รอยเตอร์ระบุว่าอดีตนายตำรวจและเจ้าพ่อโทรคมนาคม บางทีอาจหมดทางเลือกแล้ว

    สำนักข่าวชื่อดังบอกว่าสิ่งที่เขาคำนึงถึงมากที่สุดคือทรัพย์สินที่ถูกอายัดในไทย ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นเหตุผลหลักที่บีบให้เขาต้องขายสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้

    เขายังต้องการนิรโทษกรรมต่อคำพิพากษาคอร์รัปชันของตนเอง ทวงทรัพย์สินของครอบครัว รับประกันความปลอดภัยของตัวเขาและครอบครัว และยกเลิกโทษห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมืองของเขาและสมุน

    แต่นักวิเคราะห์การเมืองชี้ว่านอกจากทรัพย์สินที่กำลังถูกยึดและศาลไทยพิพากษาว่ามีความผิดทำให้เขาเสี่ยงต่อการติดคุกแล้ว รัฐบาลที่เขาพยายามทำลายเสถียรภาพก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากทหารและข้าราชการ

    รอยเตอร์ระบุอีกว่าไพ่ตายของทักษิณคือสามารถชนะเลือกตั้ง ทว่าเวลานี้มีโพลอย่างน้อยหนึ่งสำนัก ที่ระบุว่าความนิยมของเขากำลังเสื่อมถอย

    โพลของมหาวิทยาลัยเอแบค พบว่ามีถึง 55 เปอร์เซ็นต์ จากผู้ตอบแบบสอบถาม 2,178 คน ใน 18 จังหวัด ต้องการให้เสื้อแดงยุติการชุมนุมและปล่อยให้นายอภิสิทธิ์บริหารประเทศต่อไป มีเพียง 11 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อยากให้นายอภิสิทธิ์ลาออก

    นอกจากนี้เอแบคโพลเมื่อเดือนที่แล้ว ยังพบว่าความนิยมที่มีต่อนายอภิสิทธิ์ สูงถึง 51 เปอร์เซ็นต์ ผิดกับทักษิณ ที่ได้เพียง 24 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันเครื่องเตือนสติสำหรับทักษิณ ปรากฎได้ชัดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม หลังนายอภิสิทธิ์ รอดพ้นจากมติไม่ไว้วางใจอย่างง่ายดายจากการอภิปรายของฝ่ายทักษิณในรัฐสภา

    หลายวันต่อมา เสื้อแดง ก็เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ทว่าด้วยการประท้วงค่อยๆหมดไปในวันอังคาร(14) เวลานี้ ทักษิณ กำลังพบว่าตนเองกำลังติดอยู่ในมุมอับ

    นายทองสุข
    http://www.oknation.net/blog/newthailand

     
  • At 16 April, 2009 07:11 , Anonymous กาแฟดำ said...

    คำถามที่ซีเอ็นเอ็นและบีบีซี ไม่รู้ลึกพอที่จะซักทักษิณ-อภิสิทธิ์
    ไม่ต้องให้สื่อต่างประเทศอย่าง CNN หรือ BBC ซักถามทั้ง นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ "หัวหน้าม็อบล่องหน" อย่าง ทักษิณ ชินวัตร จึงจะรู้ว่า "ใครชัวร์ใครมั่วนิ่ม" กันแน่?

    ความจริง ถ้า อภิสิทธิ์ และ ทักษิณ กล้าเผชิญความจริงต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศ ก็ควรจะปรากฏหน้าจอทีวีของไทยเราพร้อมๆ กัน เพื่อให้พิธีกรไทยหรือคณะนักข่าวการเมืองไทยซักถามอย่างตรงไปตรงมา แค่นี้ก็จับได้ว่าใครโกหกใครพูดความจริงกันแน่

    เพราะคำถามของพิธีกรบีบีซี และ ซีเอ็นเอ็น ที่ตั้งคำถามถามทักษิณและอภิสิทธิ์ เมื่อสองวันก่อนต่อเนื่องกัน (แต่ไม่ได้เข้าสายพร้อมกัน) นั้น ไม่ได้เจาะลึกไปกว่าที่คนข่าวไทยพึงจะถามได้ แต่เหตุไฉนทักษิณ จึงไม่กล้าตอบคำถามนักข่าวไทยมืออาชีพ? ทำไมจึงพูดแต่กับสื่อที่เขาเชื่อว่าอยากจะตอบ แทนที่จะเป็นคำถามที่เขาจะต้องตอบ

    วันนั้น ทักษิณ บอกซีเอ็นเอ็น หน้าตาเฉยว่าทหารยิงผู้ชุมนุมตายไป 60 คน

    พิธีกรซีเอ็นเอ็น ไม่รู้ข่าวลุ่มลึกเพียงพอที่จะย้อนถามทักษิณ ว่าตัวเลขนี้เขาเอามาจากไหน เพราะรายงานของสื่อไทยขณะนั้นไม่ได้บอกว่ามีใครตายจากการที่ทหารเข้าไปสลายการชุมนุม

    พิธีกรทั้ง ซีเอ็นเอ็น และ บีบีซี ถามว่าทักษิณ จะกลับประเทศไทยหรือเปล่า? และจะกลับเมื่อไหร่?

    ทักษิณ เคยพูดผ่านวีดิโอลิงค์ว่า "ผมพร้อมจะกลับไปนำประชาชนทันทีที่เสียงปืนแตก..."

    แต่ ทักษิณ กลับบอกคนสัมภาษณ์ที่เป็นฝรั่งว่า "ผมไม่กลับ ผมอยู่ต่างประเทศสบายแล้ว..."

    แต่คนข่าวทั้งของ ซีเอ็นเอ็น กับ บีบีซี ไม่ได้ติดตามข่าวคราวในเมืองไทยอย่างรอบด้านเพียงพอที่จะซัก

    ทักษิณ ว่า ทำไมเขาเปลี่ยนคำพูดของเขาได้ทุกชั่วโมง รับรองว่านักข่าวไทยจับโกหกทักษิณ ได้ชนิดคาหนังคาเขาได้ชะงัดกว่าซีเอ็นเอ็นและบีบีซีแน่นอน

    พอโดนนักข่าวฝรั่ง ซักถามว่าเขาโดนข้อหาคอร์รัปชันมากมาย จะกลับไปต่อสู้คดีต่าง ๆ เหล่านี้หรือไม่ อย่างไร? ทักษิณ ก็หลบหลีกไป ด้วยการบอกว่า "ผมเคลียร์ได้เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด"

    หากเป็นพิธีกรไทยที่รู้เรื่องดีกว่าคนซักถามฝรั่ง คงไม่ปล่อยให้ทักษิณหลบเลี่ยงคำถามไปง่ายๆ อย่างนั้น จะต้องย้อนถามว่าที่ปลุกระดมให้ผู้คนเสี่ยงกับความตายและการบาดเจ็บเป็นหมื่นเป็นแสนอย่างนี้ เพียงเพื่อให้ตัวเองรอดจากคดีโกงกินทั้งหลายทั้งปวงหรือ?

    ถ้าเขาบอกว่า "เคลียร์ได้" ทำไมต้องหนีไปต่างประเทศ? ถ้าเขาไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรมไทย เหตุไฉนเขาจึงฟ้องใครต่อใครที่เขากล่าวหาว่าหมิ่นประมาทเขา? ดังนั้น แปลว่ากระบวนการยุติธรรมที่ตัดสินว่าเขาไม่ได้มีความผิดเท่านั้นหรือที่เป็นกระบวนการที่ยุติธรรมสำหรับเขา?

    นักข่าว TimesOnline ชื่อ Richard Lloyd Parry เขียนว่าในการทำ "สงครามผ่านสื่อต่างแดน" (the media battle) ครั้งนี้ อภิสิทธิ์ ชนะทักษิณขาด

    เขาบอกว่า อภิสิทธิ์ "reasonable, patient and articulate" แปลว่า มีเหตุผล อดทน และ ฉาดฉาน

    ขณะที่ ทักษิณ ตอบคำถามอย่าง "shrill and unconvincing" หรือ "เสียงแหลมและลังเลกับไม่น่าเชื่อถือ..."

    สำหรับคนไทยที่ติดตามการพูดจาในที่สาธารณะของทั้งสองคน ไม่มีอะไรน่าแปลกใจเพราะใครฟังทักษิณ ผ่านวีดิโอลิงค์มาตลอดสองสัปดาห์ก่อนเหตุร้ายเมื่อวันสงกรานต์ ก็จะรู้ว่าทักษิณ พูดจากลับไปกลับมา เดี๋ยวตะโกนเสียงสั่นเครืออย่างดุดัน อีกเดี๋ยวก็แผ่วเบาเพื่อจะอ้อนขอความเห็นใจ เดี๋ยวจะให้ นายกฯ ลาออก อีกวันก็จะให้ยุบสภา...วันนี้บอกว่าเลิกเล่นการเมืองแล้ว แต่อีกวันหนึ่งก็บอกว่า "ยอมตายดีกว่ายอมแพ้..."

    ยังไงๆ ก็ต้องกลับมานำทัพการเมืองเพื่อกลับมาปกครองบ้านเมืองอีก

    พิธีกรฝรั่งแค่ได้ยินสองสามประโยคที่ยอกย้อนซ่อนเงื่อนก็งงแล้ว แต่ถ้าให้คนข่าวอาชีพไทยซักไซ้ก็จะได้ความจริงต่อสาธารณชนมากกว่านี้

    เช่นพิธีกรฝรั่งไม่รู้ตื้นลึกหนาบางพอที่จะถามทักษิณว่า

    "ตอนคุณจำลอง (พล.ต.จำลอง ศรีเมือง) ถูกกล่าวหาว่าพาคนไปตาย เขายังอยู่ท่ามกลางฝูงชน...

    ทำไมคุณทักษิณ บงการจากเมืองนอกให้คนไทยเสี่ยงกับความตายขณะที่ตัวเองอยู่อย่างสบายข้างนอก? อย่างนี้ไม่เรียกว่าส่งคนไปตายหรือครับ?"

    หรือถาม นายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า "ใครปล่อยเกียร์ว่างวันที่ปล่อยให้คนเสื้อแดงบุกเข้าที่ประชุมสุดยอดอาเซียนบวก 3 บวก 6? แล้วคุณจัดการกับพวกเขาอย่างไร?"

    รับรองว่าคนข่าวฝรั่งไม่รู้พอที่จะถามตรงๆ อย่างนี้หรอกครับ

    กาแฟดำ

     

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home