ไข้หวัดใหญ่เม็กซิกัน... แล้วเกี่ยวกับหมูตรงไหน
การเมือง : ทัศนะวิจารณ์กาแฟดำ
ไข้หวัดใหญ่เม็กซิกัน... แล้วเกี่ยวกับหมูตรงไหน
การที่วงการแพทย์ไทยให้เรียกโรคระบาดขณะนี้ ว่า "หวัดใหญ่เม็กซิกัน" และไม่ให้เรียก " หวัดหมู"ตามฝรั่งที่เรียก "swine flu" นั้นเพราะยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ยืนยันได้ว่าคนแรกที่เป็นไข้หวัดตัวนี้ ติดโรคนี้ได้มาจากหมูแต่ประการใดทั้งสิ้น
ผมคุยกับหมอไทยหลายคนแล้วพูดตรงกันว่า ที่ไม่ควรเรียก "หวัดหมู" เพราะจะเกิดความเข้าใจผิดในหมู่คนไทย จะเกิดอาการแตกตื่น ไม่กล้ากินหมู จะกระทบกระเทือนวิถีชีวิตของคนไทยทั่วไปโดยใช่เหตุ
ความจริง ไข้หวัดใหญ่นี้เริ่มระบาดที่ เม็กซิโก เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และแทรกตัวเข้าไปที่แคลิฟอร์เนีย ที่อเมริกา จึงเกิดความตกใจกันว่า เจ้าไวรัสตัวนี้มันข้ามชายแดนเข้ามาประเทศยักษ์ใหญ่เสียแล้ว
พอส่งตัวอย่างเข้าห้องแล็บเพื่อตรวจสอบสายพันธุ์ ก็รู้ว่าเป็น H1N1 ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลกนี้
พอตรวจหาบรรพบุรุษของมัน ก็พบว่ามันเป็น "ไวรัสลูกผสม" เพราะพบว่าบางชิ้นส่วนมีความคล้ายคลึงกับของหมู อีกบางชิ้นส่วนใกล้เคียงกับของนก และมีอยู่หนึ่งชิ้นส่วนที่เป็นของคน
จึงเป็นไวรัสผสมระหว่างหมู คน และนก...และมีส่วนผสมจากหวัดหมูมากที่สุด
แต่คุณหมอที่ติดตามเรื่องนี้บอกว่า แม้จะดูเหมือนมาจากหมู แต่การติดต่อของไวรัสตัวนี้ถึงคนไม่ได้มาจากหมู แต่มาจากคน...นั่นคือ ติดต่อระหว่างคนถึงคนเท่านั้น
ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ว่า คนที่ป่วย (หลายพันคน) และตาย (กว่า 140 คนที่เม็กซิโก) นั้น ติดมาจากหมูแม้แต่รายเดียว
การตั้งชื่อหวัดใหญ่ระบาดที่อดีตก็ใช้ชื่อประเทศต้นตอ อาทิเช่น Spanish Flu หรือ Hong Kong Flu เป็นต้น
แต่ที่เราเรียกว่า "ไข้หวัดหมู" นั้น เป็นการเรียกตามภาษาข่าวที่ใช้ที่อเมริกาว่า "swine flu" มาตั้งแต่แรก เพราะคนอเมริกัน รู้ข่าวนี้ครั้งแรกก็ที่แคลิฟอร์เนีย ไม่ได้ตกใจอะไรเมื่อมันเกิดขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโก ก่อนด้วยซ้ำไป
สมควรที่คุณหมอไทยเราจะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญมะกันในแวดวงเดียวกันให้เรียกเป็น "Mexican Flu" เหมือนกันเสียด้วย เพราะดูเขาจะแตกตื่นมากกว่าเรา
เพราะที่นั่นใช้คำว่า "pandemic" แล้ว ไม่ใช่แค่ "epidemic" ซึ่งมีความหมายแตกต่างกันมาก...คำแรกหมายถึงการระบาดของโรคไปทั่วโลก ขณะที่คำหลัง คือ การกระจายของโรคใดโรคหนึ่งในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง
หมอไทยยืนยันว่า คนที่สัมผัสเนื้อหมูดิบ หรือกินเนื้อหมู ไม่ติดหวัดนี้แน่นอนเพราะยังไม่เคยแยกเชื้อตัวนี้ได้ในหมูเลยแม้แต่กรณีเดียว
เพราะปกติแล้ว หมูเองก็มีไข้หวัดใหญ่ของหมู อาทิเช่น H1N2 หรือ H3N2 แต่ H1N1 ที่อยู่ในหมูทั่วโลกขณะนี้ไม่ใช่สายพันธุ์นี้
แปลว่าคนเลี้ยงหมูก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่เสี่ยงจะติดโรคหวัดเม็กซิกัน มากกว่าคนอื่นๆ ทั่วไป... นั่นคือ มีความเสี่ยงเท่ากัน เพราะหมูไม่ได้เกี่ยวกับการระบาดของหวัดนี้แต่ประการใด

แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะประมาทได้ เพราะอัตราการตายกับคนป่วยที่เม็กซิโก อยู่ที่ร้อยละ 6 และลดมาเหลือร้อยละ 5 เมื่อวานนี้
คนที่ป่วยอยู่นอกเม็กซิโก ประมาณ 30 รายขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นที่อเมริกา แคนาดา สเปน นิวซีแลนด์ ยังไม่มีใครเสียชีวิต
วันนี้ องค์การอนามัยยกระดับคำเตือนเรื่องนี้เป็น "ระดับ 4" ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก "ระดับ 3" ก่อนหน้านี้
ระดับ 4 แปลว่า มาตรการต่างๆ ต้องเข้มงวดเพิ่มขึ้น เพราะระดับสี่หมายความว่ามีการติดต่อจากคนสู่คน และมีการกระจายในวงจำกัด
ถ้ามีการกระจายข้ามประเทศ จะยกเป็น "ระดับ 5" และหากระบาดทั่วโลกเมื่อใด ก็จะยกไปที่ระดับสูงสุด คือ "ระดับ 6"
ผมได้ยินคณะแพทย์และคนสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ให้ความมั่นใจกับคนไทยว่ายามีพร้อม เครื่องมือมีพอ บุคลากรก็เตรียมพร้อม
สำคัญที่ว่านี่มิใช่แค่ความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น หากแต่เป็นภารกิจร่วมของทั้งรัฐบาล เพราะเส้นแบ่งระหว่าง "ตื่นตัว" กับ "แตกตื่น" สำหรับคนไทยนั้นบ่อยครั้งมันบางเบาจนแยกไม่ออก
เพราะคนไทยยังไม่หายหวาดผวาจากกรณี "เกียร์ว่าง" ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ระแวดระวังเฉพาะ "ระดับ 3" ทั้งๆ ที่สถานการณ์ร้ายแรงถึง "ระดับ 6" ในความหมายทางการเมืองช่วง "สงกรานต์เลือด" มาแล้ว

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 29 เมษายน 2552


1 Comments:
At 30 April, 2009 07:08 ,
admin said...
น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ งานหนัก "หวัดเม็กซิโก"
เจอโรคหวัดเม็กซิโก พ่นพิษสร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนทั่วโลก ประเทศไทยก็ไม่เว้น
น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค ออกปากเป็นงานหนัก แม้จะยังไม่ระบาดมาถึงประเทศไทย แต่กรมควบคุมโรคได้วางมาตรการคัดกรองผู้ป่วย เน้นป้องกันตัวเอง สกรีนคนเข้าประเทศ
สายพันธุ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับหมู และไม่ได้แพร่ระบาดในหมู แต่อยู่ในคน และติดเชื้อจากคนสู่คน จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก
เกิด 1 สิงหาคม 2498 แพทยศาสตรบัณฑิต จากศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโทคณะสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต มหิดล ปี 2529 และ 2534 ได้รับอนุมัติบัตรเวชศาสตร์ป้องกันแขนงระบาดวิทยา จากแพทยสภา เริ่มทำงานที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน จ.ขอนแก่น ปี 2523 ย้ายมาอยู่กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2526
ผลงาน ปี 2533 เป็นหัวหน้าหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์การป้องกันแขนงระบาดวิทยา ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มโรคเอดส์ในปีเดียวกันวางรากฐานระบบการทำงานให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ร่วมมือกับต่างประเทศพัฒนาบุคลากรด้านการเฝ้าระวังระบาดวิทยาของโรคเอดส์ในประเทศในภูมิภาค
ขึ้นเป็นผอ.สำนักระบาดวิทยา ปี 2544
ปัจจุบันเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน และโฆษกกรมควบคุมโรค ผ่านการรับมือโรคระบาดครั้งใหญ่ทั้งซาร์ส ไข้หวัดนก ล่าสุด ไข้หวัดเม็กซิโก
Post a Comment
Subscribe to Post Comments [Atom]
Links to this post:
Create a Link
<< Home